พลเอก บุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบกและอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีทหารไทยขาขาดเป็นรายที่ 13 เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.พ. 2569) ว่า น่าจะเป็นทุ่นระเบิดเก่า เพราะปัจจุบันไม่มีทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่แล้ว ส่วนตัวมั่นใจว่ากองทัพมีมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบพื้นที่ แต่ก็มีโอกาสที่จะไม่เจอ เพราะทุ่นระเบิดถูกฝังมานานแล้ว อย่างไรก็ตามต้องให้กำลังพลและหน่วยในพื้นที่ สแกนแต่ละตารางเมตรให้ดี
ส่วนปัญหาไฟป่าฝั่งกัมพูชา ที่มักเกิดขึ้นในจุดสูงข่ม และแนวสันปันน้ำตลอดแนวชายแดนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 พลเอกบุญสิน มองว่าต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร เพราะตอนนี้เป็นช่วงฤดูร้อน
แต่ถ้ามีการเผาป่าเพื่อทำให้ชายยแดนไม่สงบเรียบร้อย หน่วยทหารในพื้นที่ก็ต้องประท้วง หรือแจ้งเตือนกัมพูชาว่าอย่าให้เกิดขึ้นอีก แต่ต้องดูที่สาเหตุก่อนว่าเกิดจากอะไร
ส่วนกรณีทหารกัมพูชายิงปืน ค. 40 มม. ใส่ทหารไทยที่พลาญหินแปดก้อน จะนำไปสู่การปะทะรอบ 3 ได้หรือไม่ แม่ทัพกุ้ง กล่าวว่า ต้องไปสอบถาม "แม่ทัพเติ่ง" พลโท วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน เพราะมีฝ่ายการข่าวที่คอยตรวจสอบข้อมูลตลอดเวลา ส่วนตนเองห่างจากกองทัพมานานแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องหาสาเหตุให้เจอ ถ้าพบว่าเจตนาก่อกวนก็ต้องตอบโต้
ส่วนกระแสข่าวกัมพูชา เคลื่อนย้ายจรวดหลายลำกล้อง PHL-03 ประชิดแนวชายแดน แม่ทัพกุ้งย้อนถามนักข่าวว่า "ประชิดจริงหรือเปล่า" เพราะ PHL-03 เป็นอาวุธยิงระยะไกล กัมพูชาคงไม่นำมาประชิดชายแดน เพราะอันตรายและใกล้อาวุธฝ่ายเรา ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยกับข่าวนี้
เมื่อถามย้ำว่ามีโอกาสจะเกิดการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ พลเอกบุญสิน ตอบว่า ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของทหารกัมพูชา แต่ตนเองเชื่อมั่นว่าเราพร้อมอยู่แล้ว