ไทยจับตาศึก "อิสราเอล–อิหร่าน" ใกล้ชิด เตรียมแผนอพยพคนไทยจากพื้นที่สู้รบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"กระทรวงการต่างประเทศ" จับตาศึก "อิสราเอล–อิหร่าน" ใกล้ชิด เผย 29 คนไทยในอิหร่านขอกลับบ้าน กต.เร่งวางแผนการอพยพ

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์และการดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

  • เมื่อช่วงบ่าย (ตามเวลาประเทศไทย) ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ไปยังพื้นที่เป้าหมายสำคัญในกรุงเตหะรานและเมืองต่าง ๆ ทั่วอิหร่าน ต่อด้วยการร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ

อิสราเอล - อิหร่าน ผู้สื่อข่าว
รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์และการดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง

  • ในวันเดียวกัน อิหร่านได้โจมตีทางทหารเพื่อตอบโต้โดยยิงขีปนาวุธเข้าโจมตีฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ที่บาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งพื้นที่บางส่วนของอิรัก
  • ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ของวันที่ 1 มีนาคม 2569สำนักข่าวตัสนีม (Tasnim) ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน และมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) ได้รายงานข่าวยืนยันการถึงแก่อสัญกรรมของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่า เสียชีวิต ณ ที่พำนักและที่ทำงาน ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
  • สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ยังมีความอ่อนไหวสูงและน่าเป็นห่วง โดยการสู้รบยังคงมีอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำให้คนไทยที่อยู่ในประเทศต่าง ๆ ติดตามและปฏิบัติตามประกาศ และคำเตือนของประเทศเจ้าบ้านอย่างเคร่งครัด
  • ในส่วนที่เกี่ยวกับท่าทีไทยต่อสถานการณ์ กระทรวงฯ ได้ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 256 โดยย้ำประเด็นหลัก ได้แก่

1.ไทยได้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง

2.เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งหลีกเลี่ยงการดำเนินการใด ๆ ที่จะส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลง อันจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมถึงชีวิตของพลเรือนในภูมิภาค

3. เรียกร้องให้มีการเร่งรัดแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเจรจาและการทูต

 

2. การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงฯ ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงาน 24 ชั่วโมง ของกรมการกงสุลเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่คนไทย อีกทั้งได้มีประกาศแจ้งเตือนขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาเลี่ยงการเดินทางไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปัจจุบัน มีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยประมาณ 110,000 คน โดยแบ่งเป็น

  • อิสราเอล 65,000 คน
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 20,163 คน
  • ซาอุดีอาระเบีย 7,342 คน
  • บาห์เรน 6,500 คน
  • กาตาร์ 4,750 คน
  • อียิปต์ 3,700 คน
  • โอมาน 1,116 คน
  • คูเวต 1,019 คน
  • จอร์แดน 723 คน
  • อิรัก 237 คน
  • อิหร่าน 250 คน
  • เยเมน 120 คน
  •  เลบานอน 118 คน
  • ซีเรีย 40 คน

ในภาพรวม ยังไม่มีรายงานว่า มีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับผลกระทบรุนแรง

สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคได้มีประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศทางการจากรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ แนวปฏิบัติต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ตลอดจนคำแนะนำให้คนไทยที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัยในพื้นที่ ทั้งยังได้เตรียมความพร้อมในส่วนของแผนอพยพคนไทย ซึ่งอาจมีโอกาสที่จะประสานกับประเทศอื่นๆ หรือองค์การระหว่างประเทศที่อยู่ระหว่างเตรียมแผนอพยพของตนเช่นกัน

โดยในช่วงบ่ายของวันที่ 1 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานการประชุมของศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (War Room) ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาค เพื่อรับทราบพัฒนาการ และความคืบหน้าในการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในแต่ละประเทศ ซึ่งจะรองรับการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้การคุ้มครองดูแลคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสู้รบต่อไป ซึ่งรวมถึงการเตรียมความพร้อมของเส้นทาง พาหนะ และอื่น ๆ ของแผนอพยพตามความจำเป็น และความสมัครใจ

 สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ เล่าถึงผลกระทบของการโจมตีตอบโต้ที่เกิดขึ้นต่อแต่ละพื้นที่และพลเมือง ซึ่งขณะนี้ คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยดี

 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน แจ้งว่า ขณะนี้ ยังคงมีการโจมตีในพื้นที่ความมั่นคงในอิหร่านอยู่ตลอด ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ดังกล่าว และสถานการณ์มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เปิดศูนย์อำนวยการให้คนไทย สามารถติดต่อได้ตลอดเวลาหากต้องการความช่วยเหลือหรือมีข้อซักถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และอยู่ระหว่างวางแผนการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยเปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ล่าสุด มีคนไทย (นักศึกษาและแรงงาน) จำนวน 29 คน แสดงความประสงค์มาแล้ว

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แจ้งว่า ขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ สื่อสารกับชุมชนไทยในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด โดยได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ 4 หมายเลขให้ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ในอิสราเอล มีคนไทยประมาณ 65,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคเกษตร ขณะนี้ มีคนแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทยไม่เกิน 20 คน โดยมีเส้นทางอพยพทางบก ไปยังชายแดนได้หลายประเทศ ขึ้นกับพื้นที่ที่คนไทยพำนักอยู่

สำหรับคนไทยในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ตกเป็นเป้าของการโจมตีของอิหร่าน หรือได้รับผลกระทบจากการสู้รบ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และจอร์แดน สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสำรวจเส้นทางอพยพ รวมถึงประสานกับสายการบินและประเทศเจ้าบ้านในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

 กระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยในวันนี้ 2 มีนาคม 2569 กระทรวงฯ จะประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงในภูมิภาค รวมไปถึงแผนการดำเนินการเพื่อดูแลและช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความท้าทายเรื่องการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ