จากกรณีดรามาการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่มีนักเรียนทิ้งเงินและสิ่งของหน้าสนามสอบ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เนื่องจากกฎการเข้าสอบไม่อนุญาตให้นำเข้าห้องสอบ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น
ล่าสุด นายมนัส อ่อนสังข์ หรือ “พี่ลาเต้” บรรณาธิการข่าวการศึกษาและแอดมิชชันเว็บไซต์ Dek-D ให้ความเห็นถึงกรณีดังกล่าวในรายการเปิดโต๊ะข่าว ว่า
หากอ้างอิงจากความคิดเห็นของนักเรียนและผู้ปกครองที่ติดตามข่าวการสอบเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ของทางเว็บไซต์ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหา เพราะรับทราบกฎระเบียบอยู่แล้ว เด็กส่วนใหญ่จึงฝากของไว้กับผู้ปกครอง ไม่ได้มีประเด็นดรามาตามที่สังคมเข้าใจ
“ในกรุ๊ปผู้ปกครอง ถ้าเข้าไปอ่านแล้วจะคนละโลกกับในโซเชียลเลย” นายมนัส กล่าว
นายมนัส เผยว่า นักเรียนและผู้ปกครองส่วนใหญ่ รับได้กับกฎกติกาของโรงเรียน ไม่ได้มองว่าเข้มงวดเกินไป บางคนถึงกับโทรไปสอบถามทางโรงเรียนก่อนแล้ว แต่ก็มีเสียงสะท้อนว่าปีนี้มีนักเรียนมาสอบเข้าเยอะกว่าปีก่อน รวมถึงผู้ปกครองเองก็มีจำนวนมากเช่นกัน
ปกติผู้ปกครองจะอยู่ในโซนภายในเมืองทองธานี แต่ปีนี้ผู้ปกครองทะลักออกมาในโซนถนน ทำให้รถเข้ามาได้แค่เลนเดียว การจราจรแออัด จึงทำให้เดินทางลำบาก
ส่วนกรณีสภาพการจราจรที่แออัด คนเยอะ ประกอบกับจุดฝากของและจุดสอบอยู่ไกลกัน จนเป็นปัจจัยให้เด็กตัดสินใจทิ้งเงินเพื่อไปสอบให้ทันนั้น นายมนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปอยู่หน้างาน แต่มองว่ามีส่วนเป็นไปได้ เพราะจุดประสงค์ของนักเรียนคือการไปสอบ
ส่วนการจัดการปัญหาการจราจร นายมนัสกล่าวว่า ทางโรงเรียนและทางเมืองทองธานีอาจต้องหารือกัน โดยช่วง 06.00 - 07.00 น. รถของผู้ปกครองจะเข้ามาพร้อมกัน ทำให้ล้นออกมาถึงถนนด้านนอก
ทางด้านการจัดการสอบ นายมนัส เผยว่าทางผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหา โดยมองว่าโรงเรียนมีการจัดการที่ดีอยู่แล้ว ทางโรงเรียนได้จัดให้รุ่นพี่มาช่วยดูแลความเรียบร้อยดี
เมื่อถามว่าทำไมเด็กนักเรียนถึงต้องมาสอบเข้าเตรียมอุดมฯ นายมนัสกล่าวว่า เตรียมอุดมศึกษาเป็นโรงเรียนในฝันของเด็กหลายคน เป็นโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง นักเรียนหลายคนที่มาสอบมีที่เรียนอยู่แล้ว แต่เพราะทางเตรียมอุดมฯ จัดสอบไม่ตรงกับโรงเรียนอื่น จึงมีโอกาสมาสอบเพื่อ “ลองสนาม”
นอกจากนี้ เตรียมอุดมฯ ยังตอบโจทย์ผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกเรียนอยู่ใจกลางเมือง สะดวกสบาย ตอบโจทย์นักเรียนที่มีห้องเรียนทั้งสายวิทย์ ศิลป์ภาษาหลายห้อง
“เคยมีน้องสะท้อนว่า สาเหตุที่อยากมาเรียนเตรียมฯ แม้กระทั่งเป็นศิลป์ภาษาก็เพราะว่า เหมือนเด็กเก่งเข้ามาเรียน ขณะเดียวกันพอเรียนที่โรงเรียนเดิม ศิลป์ภาษาถูกมองว่าไม่ติดวิทย์ก็เลยได้เรียนศิลป์” นายมนัส กล่าว
ส่วนเรื่องกฎการห้ามนำเงินเข้าห้องสอบ นายมนัสกล่าวว่า ช่วงแรกมองว่ากฎเข้มงวดเกินไป แต่พอได้ฟังทางโรงเรียนชี้แจงก็เข้าใจ เนื่องจากข้อสอบบางปีมีการถามสถานที่ บุคคลสำคัญที่ปรากฏบนเหรียญหรือธนบัตร ไม่ได้กลัวว่าเด็กจะจดอะไรลงบนธนบัตรเข้าไปสอบ
ส่วนกฎที่จำกัดจำนวนแท่งดินสอนั้น นายมนัสเปรียบเทียบกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่จำกัดดินสอแค่ 3 แท่ง ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้เหตุผลว่าทุกปีมีการทุจริตหลายรูปแบบ
“พอเกิดการทุจริตมา ต่อให้ปรับคนนั้นทุจริต คนที่สอบก็รู้สึกว่ายังมีคนที่ทุจริตแต่จับไม่ได้หรือไม่ มันไม่แฟร์หรือเปล่า ทำให้ทางออกที่ดีที่สุดคือจัดสอบใหม่” นายมนัส กล่าว
นายมนัส ทิ้งท้ายว่า การสอบใหม่มีข้อจำกัดด้านเวลา และมีความวุ่นวาย เพื่อที่ตัดไฟแต่ต้นลม ป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาว่าการสอบไม่ยุติธรรม โรงเรียนจึงต้องออกกฎอย่างเคร่งครัด และมองว่าทางผู้จัดสอบก็มีประสบการณ์และมาตรการป้องกันดีแล้ว