นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงขยายตัวต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนการโจมตีทางอากาศในหลายประเทศ ซึ่งกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย สามารถกำจัดโดรนที่พุ่งเป้าไปยังสถานที่สำคัญ เช่น แหล่งน้ำมัน และสนามบิน ขณะเดียวกันเรือน้ำมันยังติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ
ส่งผลต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้หลายประเทศแสดงความกังวล กรณีที่อิสราเอลส่งกองกำลังไปโจมตีในเลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิต และผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก ขณะที่หลายประเทศปฏิเสธคำขอให้ส่งกองกำลังเรือรบไปเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตามคำขอของสหรัฐฯ ย้ำว่า สถานการณ์ยังไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยออกจากประเทศที่มีความเสี่ยงโดยเร็ว
นายปาณิดล ยังกล่าวถึงผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นตามข้อเสนอของไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน คือการใช้กลไกอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบของสถานการณ์ เช่น ห่วงโซ่อุปทาน ราคาสินค้า และราคาพลังงาน ที่ได้หารืออย่างกว้างขวางในการประชุมครั้งนี้ด้วย
โดยในระยะสั้น ไทยได้เสนอให้อาเซียนใช้กลไกที่มีอยู่ คือ ความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงปิโตรเลียม เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งในระยะยาว ไทยเสนอว่า อาเซียนต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือก รวมถึงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน ซึ่งนอกจากจะมีความร่วมมือด้านพลังงานแล้ว ที่ประชุมยังเห็นความร่วมมือกันในเรื่องการค้า การเงิน และการขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคในการค้า ท่ามกลางวิกฤตจากผลกระทบภายนอก โดยภายหลังการประชุม ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ได้ออกแถลงการณ์ในฐานะประธานอาเซียน เพื่อตอกย้ำว่า อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจา และใช้วิธีการทางการทูตยุติความรุนแรง
ส่วนความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทย นายปาณิดล กล่าวว่า เมื่อวานนี้ นายสีหศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบาห์เรน และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้ขอบคุณที่ดูแลคนไทยที่พำนักอยู่ใน 2 ประเทศ และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางกลับ พร้อมขอบคุณสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกเรือมยุรีนารี จำนวน 20 คน ในการเดินทางผ่านไปโอมาน ก่อนที่จะเดินทางกลับไทย นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังแสดงความเป็นห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาค และหวังว่า ปัญหาจะได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธี ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนความพยายามทางการทูตของทุกประเทศ ในการฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็ว
สำหรับกรณีอิหร่าน เจ้าหน้าที่สถานทูตดูแลและช่วยเหลือคนไทยอย่างต่อเนื่อง มีกำหนดแผนอพยพเพิ่มเติม 2 รอบ คือ วันนี้ และวันที่ 25 มีนาคม มีเจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่และด่านตรวจคนเข้าเมืองตุรกี รวมทั้งประสานประเทศที่ปิดน่านฟ้า และจะจัดรอบอพยพเพิ่มเติมตามความจำเป็นและสถานการณ์ จึงขอให้คนไทยติดตามและประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้มีคนไทยได้รับการอพยพแล้ว 1,116 คน
สำหรับกรณีของอิหร่าน เจ้าหน้าที่เอกอัครราชทูตได้ย้ายไปประจำที่ตุรกี และยังคงช่วยเหลือคนไทยในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยในชั้นนี้มีการกำหนดอพยพเพิ่มเติมจำนวน 2 รอบ คือวันนี้ 17 มีนาคม และรอบถัดไปคือวันที่ 25 มีนาคม ซึ่งได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่และบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ตุรกี เพื่อให้คนไทยในอิหร่านสามารถเดินทางทางบกไปขึ้นเครื่องที่ตุรกีกลับไทยได้ โดยจะจัดอพยพตามความจำเป็นและสถานการณ์