พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เผยสถิติการแจ้งความคดีออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม ปี 2568 โดยจำนวนคดีตลอดปี 2568 มีมากถึง 380,378 เรื่อง เฉลี่ย 1,045 คดีต่อวัน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2567 รวมมูลค่าความเสียหาย 25,195,936,027 บาท เฉลี่ย 69 ล้านบาทต่อวัน
สถิติพบว่า พบผู้เสียหายในช่วงอายุ 31-40 ปี หรือวัยทำงานมากถึง 25.60%
โดย พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ให้เหตุผลว่า วัยทำงานเป็นวัยที่เข้าถึงการลงทุนได้ง่าย จึงมีโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ นอกจากนี้สัดส่วนผู้เสียหายเพศหญิงมีมากกว่าเพศชาย โดยมีอัตรามากถึง 64% ส่วนประเภทของคดีออนไลน์ที่ได้รับการแจ้งความมีมากถึง 14 ประเภท ดังนี้
- หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการไม่เป็นขบวนการ คิดเป็น 52.99%
- หลอกให้โอนเพื่อทำงาน คิดเป็น 8.67%
- หลอกให้กู้เงิน คิดเป็น 6.30%
- หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล คิดเป็น 14.61%
- หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ คิดเป็น 5.06%
- ข่มขู่ทางโทรศัพท์ คิดเป็น 4.36%
- หลอกเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน คิดเป็น2.65%
- หลอกให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบฯ คิดเป็น 0.21%
- หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการเป็นขบวนการ คิดเป็น 0.44%
- หลอกให้ลงทุน ตาม พ.ร.ภ. กู้ยืมเงินฯ คิดเป็น 0.25%
- หลอกให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) คิดเป็น 0.59%
- กระทำต่อระบบ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ฯ คิดเป็น 0.07%
- หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล คิดเป็น 0.19%
- เข้ารหัสข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น คิดเป็น 0.01%
พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันแก๊งสแกมเมอร์ได้พัฒนาเป็นองค์กรณ์ข้ามชาติ รวมถึงนำเทคโนโลยี AI มาใช้วิเคราะห์เหยื่อ และจู่โจมโดยเลือกเป้าหมาย โดยนำข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลมาใช้
"มิจฉาชีพใช้จิตวิทยาในการหลอกล่อเรา เราขาดอะไรเขาก็มาเติมในสิ่งที่เราขาด เขาศึกษาเรา" พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ยังเตือนวิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพ นอกจากจะใช้ AI แล้ว ยังใช้การหลอกลวงตามสถานการณ์หรือตามเทศกาล เรียกว่า "ปฏิทินโจร" เช่น ช่วงตรุษจีน มิจฉาชีพจะหลอกล่อด้วยการส่งข้อความแจกอั่งเปาฟรี เพื่อหลอกให้คลิกลิงก์ หรือช่วงนี้น้ำมันกำลังขาดแคลน ก็จะหลอกล่อด้วยการแจกน้ำมันฟรี แจกคูปองน้ำมัน เป็นต้น
เมื่อถามว่า แม้ภาครัฐมีมาตรการและดำเนินการจับกุมแก๊งมิจฉาชีพอยู่ตลอด แต่เหตุใดสถิติคดีออนไลน์ถึงเพิ่มขึ้น พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ได้ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของภาครัฐไทยดำเนินการจับกุมได้แค่ผู้เปิดบัญชีม้าที่พบในประเทศ แต่ต้นตอของปัญหาจริงอยู่ในประเทศกัมพูชา
วิธีแก้ปัญหาคือต้องขอความร่วมมือและการกดดันจากประเทศมหาอำนาจ ในขณะเดียวกันต้องสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนด้วย รวมถึงอัปเดตวิธีการใหม่ ๆ ของมิจฉาชีพอยู่เสมอ เพราะทุกเพศทุกวัยมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเท่ากัน