พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายอติโชติ หรือ สมีโชติ และสีกาเอ๋ ผ่านทางโทรศัพท์ โดยระบุว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผล โดยแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรก เป็นการตรวจสอบกรณี สมีโชติ กระทำผิดวินัยสงฆ์ ด้วยการยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีส่วนตัว แต่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามของวัด
ส่วนที่ 2 เป็นการตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ที่อาจร่วมกระทำความผิด
เนื่องจากพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับทั้งใบอนุโมทนาการบริจาค,ใบอนุโมทนาจากการออกใบเช่าพระ รวมถึงการร่วมบริจาคเพื่อปรับปรุงวัด รวมมูลค่ากว่า 215 ล้านบาท โดยคาดว่าคดีนี้อาจมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องอีกประมาณ 1-2 คน แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นสีกาหรือพระภิกษุ
ขณะเดียวกัน พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ ยังเปิดเผยถึงกรณี “สมีโชติ” ที่มีการจัดตั้งมูลนิธิว่า มูลนิธิเพิ่งเริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา โดยเมื่อถามว่ามีกรรมการเพียงคนเดียวหรือไม่ ผู้การกองปราบฯ ระบุว่า ขอเวลาตรวจสอบข้อมูลในส่วนนี้อีกครั้ง
ส่วนเจตนาของการจัดตั้งมูลนิธิ พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ ระบุว่า ยังไม่ทราบเจตนาที่แท้จริง แต่จากพฤติการณ์ที่พบ ตำรวจมองว่าอาจมีการนำเงินเข้ามาเพื่อฟอกเงิน และมีลักษณะคล้ายกับการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ
สำหรับสถานะทางการเงินของวัด ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขอข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อตรวจสอบรายละเอียด ทั้งเงินที่ไหลเข้าและออก รวมถึงที่มาของเงินและปลายทาง
ส่วนการทำพระเครื่องและวัตถุมงคลของวัด พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ ยืนยันว่า มีการจัดทำมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ทั้งพระเครื่อง เครื่องราง และวัตถุมงคลหลายประเภท แต่การตรวจสอบรายได้ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากบางกรณีมีการชำระเงินเป็นเงินสดหรือโอนเข้าเป็นเงินสด ทำให้ไม่สามารถระบุได้ทันทีว่าเงินที่เข้าบัญชีเป็นรายได้จากการเช่าพระ หรือมาจากส่วนใด
ขณะที่การตรวจสอบว่าเงินจากการทำพระเครื่องไหลเข้าสู่มูลนิธิหรือเข้าวัดนั้น พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ ระบุว่า ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ เพราะตำรวจเพิ่งเข้าตรวจค้นและขนย้ายพยานหลักฐานออกมา และอยู่ระหว่างดำเนินการขอข้อมูลเส้นทางการเงินจาก ปปง.
ทั้งนี้ พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ ย้ำว่า ขณะนี้ตำรวจเห็นเพียงตัวเลขของเงิน แต่ยังไม่เห็นเส้นทางว่าเงินมาจากไหนและไหลไปที่ใด จึงต้องใช้เวลาวิเคราะห์เส้นทางการเงินทั้งหมด พร้อมระบุว่า การจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทราบรายละเอียดทุกอย่างได้ทันที เพราะตำรวจยังต้องพิสูจน์พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถยึดเพียงคำซัดทอดหรือคำให้การของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้