ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการเริ่มต้นฤดูกาลทำนารอบใหม่ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลนางลือ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ซึ่งพบว่าเกษตรกรเริ่มจ้างกลุ่มรถไถรับจ้างเข้าเตรียมแปลงนาอย่างคึกคัก โดยเฉพาะกลุ่ม “แก๊งรถไถซิ่ง” ที่ยังคงยืนหยัดให้บริการในราคาเดิมไร่ละ 200 บาท แม้จะเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตรที่มีราคาสูง และหาซื้อได้ยากลำบากในปัจจุบัน
โดย นายสุรเชษฐ์ กลิ่นเอี่ยม หัวหน้าทีมรถไถวัย 30 ปี เปิดเผยว่าแม้น้ำมันจะเป็นต้นทุนหลักที่แพงขึ้น แต่ตนยังคงยึดหลัก ชาวนาอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ เพื่อพึ่งพาอาศัยกันในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม โดยปัจจุบันมีรถไถในทีมรวม 5 คัน กระจายตัวออกให้บริการตามคิวจอง ที่ชาวนาเริ่มจองกันมาหลายราย
ด้านนายบุญยงค์ เอี่ยมพันธ์ เกษตรกรตำบลนางลือ ผู้ทำนาจำนวน 40 ไร่ ระบุว่าตนจำเป็นต้องเริ่มลงมือทำนาตามรอบที่กรมการข้าวกำหนด โดยเลือกปลูกข้าวพันธุ์ กข 85 และ กข 41 ซึ่งหากสามารถจัดการความชื้นให้อยู่ที่ 12% จะขายได้สูงถึงตันละ 13,000 บาท แต่หากเกี่ยวแล้วขายทันทีจะได้เพียง 8,000 บาทเท่านั้น
ทั้งนี้ยอมรับว่ามีความกังวลอย่างมากต่อต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ย ยา และน้ำมัน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำนาเช่าจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จนแทบไม่เหลือรายได้เลี้ยงครอบครัว หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นกว่านี้จะถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ของชาวนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากวิกฤตต้นทุนที่พุ่งสูงแล้ว เกษตรกรในพื้นที่ยังต้องเผชิญกับปัญหาซ้ำเติมจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ออกตระเวนลักตัดสายไฟที่ชาวนาใช้สำหรับเครื่องสูบน้ำบาดาล ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงแล้วกว่า 5-6 ราย โดยโจรกลุ่มนี้ยังพยายามที่จะถอนหลักกราวด์ที่ฝังอยู่ใต้ดิน เพื่อป้องกันไฟดูดไปด้วยแต่ถอนไม่ขึ้น สร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมชาวนาที่กำลังดิ้นรนหาเงินมาลงทุนรอบใหม่ จึงอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี รวมถึงขอให้ภาครัฐเข้ามาดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันและปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรโดยเร็ว