ว่าที่นาวาตรี พริษฐ์ เกิดนาค ผู้บังคับการเรือหลวงเทพา เปิดเผยถึงการปฏิบัติภารกิจของเรือหลวงเทพาในห้วงที่มีการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในการปฎิบัติภารกิจล่าสุดเรือหลวงเทพา ได้มีการยิงส่องสว่างในพื้นที่บ้าน 3 หลัง ที่อยู่บ้านหนองรี และมีการยิงสนับสนุนฝั่งในการยิงทำลายปืน 130 มม. ของเกาะยอ ประเทศกัมพูชา ที่มีอำนาจในการยิงทำลายได้ถึงเกาะกูด และ ฉก.นย.ตราด ซึ่งมีภัยคุกคามสูง
กองทัพเรือ จึงตัดสินใจให้เรือหลวงเทพาและเรือประจวบฯ กับเรือชลบุรี เข้าทำการยิงทำลายเป้าที่ข้าศึก โดยทำการยิงประมาณ 8 นาที และเรือหลวงเทพา เป็นหลังสุดท้ายที่ออกมา เพราะเป็นการยิงแบบแมนนวล ส่วนอีกสองลำเป็นการยิงแบบอัตโนมัติ
สำหรับผลการทำลายพบว่า ปืนของฝ่ายกัมพูชาได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้ในราชการต่อไปได้ ถือเป็นความสำเร็จในการทำลายเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย
เมื่อถามถึงสมรรถนะและความสามารถของเรือหลวงเทพา ว่าที่นาวาตรีพริษฐ์ ระบุว่า หลวงเทพา สามารถทำความเร็วอยู่ที่ 22 นอต หรือประมาณ 41 กม./ชม. ส่วนปืนที่ยิงสนับสนุนฝั่งสามารถยิงได้ที่ 13,500 หลา หรือประมาณ 10 กิโลเมตร
โดยในช่วงปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เรือหลวงเทพา ยิงอยู่ในระยะ 5 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 9.3 กิโลเมตร และมีการต่อต้านจากข้าศึกด้วยเช่นกันหลังออกมา
เมื่อถามว่าในระยะเวลา 2 ปี ก่อนที่เรือหลวงเทพาจะปลดประจำการ หากมีการสู้รบกันอีกยังดำรงความพร้อมในการปกป้องแผ่นดินไทยหรือไม่ ว่าที่นาวาตรี พริษฐ์ กล่าวว่า คิดว่าได้กลับมาอยู่ดี ไม่พ้นที่จะได้เรียกกลับมาสนับสนุน เพราะเรือประจวบฯ กับเรือชลบุรี โดนเรียกมาจากทัพเรือภาค 1 ให้มาช่วยระดมยิงฝั่งเพื่อทำลายเป้าหมาย ในส่วนของเรือหลวงเทพา หากกลับไปหรือเทียบท่าอยู่สัตหีบแล้ว สุดท้ายอาจมีการสู้รบกันก็จะโดนเรียกกลับมาอีก
สำหรับขวัญกำลังใจในระหว่างปฎิบัติภารกิจบนเรือ ว่าที่นาวาตรี พริษฐ์ เผยว่า กำลังใจเต็มเปี่ยม ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะต้องไปทำอะไร ทุกคนเข้าใจว่าเกิดมาเป็นทหารต้องรับใช้ชาติ
ส่วนศักยภาพทางเรือของทหารกัมพูชา ว่าที่นาวาตรี พริษฐ์ กล่าวว่า ศักยภาพของเขาค่อนข้างต่ำ เพราะไม่ค่อยมีเรือที่มีศักยภาพทางอาวุธ หากประทะกันตรง ๆ ไทยมีอาวุธที่หมัดไกลกว่า เรดาร์ตรวจจับได้ไกลกว่า ถือว่าไม่เป็นภัยคุกคามสำหรับไทยเท่าไร
เมื่อถามว่า 4-5 ปี จากนี้ ทางฝ่ายจีนจะมีการส่งเรือคอร์เวตมาให้กัมพูชา ไทยมีการเตรียมพร้อมรับมืออย่างไรบ้าง ว่าที่นาวาตรี พริษฐ์ ระบุว่า เห็นว่าเข้ามาทำการวางระบบแล้ว แต่คาดว่าต้องใช้เวลาพอควรกว่าจะเรียนรู้ เพราะของไทยก็ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเรียนรู้ระบบมาได้
ฉะนั้น มีเวลาช่วงที่กัมพูชาไปเรียนรู้ระบบ ไทยสามารถไปศึกษาระบบนั้นได้ เพราะไทยมีสเปกจากจีนแล้วเอามาบูรณาการในการช่วยรบ แล้วไทยมีเรือจากจีนหลายลำ
ว่าที่นาวาตรี พริษฐ์ เปิดเผยถึงความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้การเรือที่ใกล้ปลดประจำการว่า ภูมิใจ ถือว่าภารกิจเสร็จสิ้น เรือได้รับใช้ชาติอย่างเต็มที่ และปลดประจำการได้ตามแผนปลดประจำการ ไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไรที่ทำให้ต้องปลดประจำการก่อน ถือว่าอยู่มาได้ตลอดรอดฝั่ง