ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มีความตึงเครียดสูงขึ้น หลังจากที่ 1. อิหร่านประกาศห้ามเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับบางประเทศเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และ 2. กลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ซึ่งจะส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่ง ศบก. กำลังติดตามผลกระทบโดยตรงต่อการเดินเรือพาณิชย์และการขนส่งสินค้าเป็นการเฉพาะด้วย
นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อค่ำวันที่ 29 มี.ค. กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ได้แถลงเตือนว่าจะมีการโจมตีนอกเหนือเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าว โดยเตือนให้บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบ ให้อยู่ห่างจากสถานศึกษาสังกัดสหรัฐฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการตอบโต้การโจมตีมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกรุงเตหะราน โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 มี.ค.
นายปาณิดล กล่าวว่า ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยและผลประโยชน์ของไทยในพื้นที่ รวมทั้งการดำเนินการด้านอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ได้ชี้แจงไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงการต่างประเทศสามารถเจรจาให้เรือพาณิชย์บางลำเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้แล้วอย่างปลอดภัยนั้น แต่โดยที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศจึงจำเป็นต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคนไทยและผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ประชุม ศบก. ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางช่วยเหลืออย่างบูรณาการ ให้เรือพาณิชย์ของไทยที่ยังตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ สามารถเดินทางออกจากช่องแคบได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะเร่งดำเนินการในโอกาสแรกต่อไป
นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนกรณีของอิสราเอล ในห้วงที่น่านฟ้าอิสราเอลยังปิดอยู่ และเที่ยวบินพิเศษของอิสราเอลมีจำนวนจำกัด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจอร์แดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยในอิสราเอลสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้
นายปาณิดล กล่าวว่า ถัดมาในกรณีของโอมานและเยเมน ภายหลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โจมตีกองกำลังบำรุงของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในระยะห่างจากท่าเรือซาลาลาห์ในโอมาน เมื่อวันที่ 28 มี.ค. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่พบว่ามีชาวไทยในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตได้แจ้งเตือนให้คนไทยในเยเมนเพิ่มความระมัดระวังต่อสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
นายปาณิดล กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง กลับมายังประเทศไทยหรือไปต่อที่ประเทศที่สาม จำนวนทั้งสิ้น 1,532 คน กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ต่อไป
เมื่อถามว่า จากกรณีที่อิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าไปจนถึงกลางเดือน เม.ย. นั้น กลุ่มแรงงานไทยได้มีการติดต่อมายังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อขอเดินทางออกบ้างหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากรายงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ตัวเลขแรงงานไทยที่ขอเดินทางกลับ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีจำนวนมากเป็นพิเศษ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือแรงงานและคนไทยในอิสราเอลต้องตื่นตัว และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่า กรณีที่มีเที่ยวบินจากอิสราเอลเดินทางมายังประเทศไทย ทั้งที่มีการปิดน่านฟ้าแล้ว นายปาณิดล กล่าวว่า สายการบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินในกรณีจำเป็นเท่านั้น ทั้งนี้ คนไทยที่มีความจำเป็นจะเดินทางโดยผ่านทางจอร์แดน ซึ่งมีพรมแดนติดกับอิสราเอล ในช่วงที่ยังมีการปิดน่านฟ้าอยู่