พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ว่า
จากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มาดูสถานีบริการต่าง ๆ ในช่วงขาดแคลนน้ำมัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญและห่วงใยในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้มาดูปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ว่ามีการกักตุนหรือเอาเปรียบประชาชนคนไทยหรือไม่
โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติที่น้ำมันขาดแคลนจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้ไปดูสถานีบริการต่างๆในช่วงที่เกิดเหตุวิกฤติ จากการสุ่มสถานีบริการที่มีการปิดตัวลง และตรวจสอบย้อนลงไปว่า มีสถานีบริการใดที่มีคลังน้ำมันส่งไปยังสถานีบริการการต่าง ๆ
พบว่า มีสถานีบริการ 27 แห่ง 12 จ็อบเบอร์ ที่ส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันที่มีการปิดตัวลงจาก 39 แห่ง ที่ตรวจสอบทั้งหมดพบว่ามีประมาณ 6 แห่งที่น่าสงสัยและเชื่อว่าน่าจะมีการกักตุนน้ำมันและมีการจับกุมเพิ่มเติมในส่วนการขนส่ง
โดยวิธีการที่เชื่อว่าจะนำไปสู่การกักตุนและนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน คือ คลังน้ำมันมีการแจกจ่ายน้อยลง พบว่าบางคลัง เดือนกุมภาพันธ์เคยจ่ายน้ำมัน 18,000,000 ลิตร แต่ช่วงเดือนมีนาคมจ่ายลดลงเหลือแค่ 11 ,000,000 ลิตร ขณะที่โรงกลั่น มีการกลั่นน้ำมัน 100% ไม่มีการขาดในตลาด
แต่ไปถึงคลังพบน้ำมันขาดเป็นลักษณะการเก็งกำไร และมีคลังทางภาคเหนือเคยจ่ายน้ำมัน 2,000,000 ลิตรต่อวัน แต่ช่วงวิกฤตจ่ายแค่ครึ่งนึงประมาณ 1,200,000 ลิตร
จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ในภาคเหนือตอนล่าง พบว่ามีปัญหาขัดแคลนจำนวนมาก จึงเชื่อว่าจะมีส่วนในการกักตุน ขณะเดียวกันพบว่าคลังน้ำมันบางส่วนไม่มีน้ำมัน จากการตรวจสอบ พบ 4 แห่ง ไม่มีน้ำมันและถูกลดโควตาลง ขณะที่โรงกลั่น มีการส่งน้ำมันให้เต็มที่ ซึ่งตรงนี้จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม อาจจะเป็นการนำน้ำมันไปไว้ที่อื่น ตรงนี้เป็นประเด็นที่ทำให้คลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่าย ขณะที่โรงกลั่นมีการส่งน้ำมันตามปกติ
พลตำรวจเอก ธัชชัย กล่าวอีกว่า มีการตรวจสอบพบจับกุมสถานีบริการน้ำมันใช้วิธีการสั่งน้ำมันแล้วไม่ลงน้ำมัน แต่ข้ามไปจำหน่ายภายนอก ซึ่งได้กำไรมากกว่าหน้าปั๊มลิตรละ 10 บาท เช่น ส่งไปให้ภาคอุตสาหกรรม หรือ ภาคเกษตรกรรม โดยไม่ผ่านหน้าปั๊ม
และในช่วงวิกฤต 2 สัปดาห์ มีการสั่งน้ำมันไปลงที่ลาดกระบัง แต่แอบไปลงที่นครสวรรค์ และพบกับมีการกักตุนน้ำมันอยู่หลังปั๊ม จึงเชื่อว่าจะมีพฤติกรรมลักษณะนี้อยู่หลายแห่งแต่อยู่ระหว่างการขยายผล นอกจากนี้ยังพบการลักลอบการส่งออกน้ำมันที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยใช้รถบรรทุกน้ำมัน 40,000 ลิตร และจะมีการขยายผลเช่นกัน
ส่วนเรื่องเรือประมงที่มีการเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกของชาวกัมพูชา จากการตรวจสอบพบว่า เรือลำดังกล่าวเป็นของคนไทย และเชื่อได้ว่าลูกเรือเป็นคนไทย ซึ่งเรือลำดังกล่าวมีลูกเรือทั้งหมด 6 คน ที่สวมทะเบียนชื่อเรือ "โชคชลกร" ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าของเรือและจะนำตัวเจ้าของเรือมาสอบอีกครั้งว่า พฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งออกน้ำมันกลางทะเลหรือไม่