โฆษก DSI เผยพบพิรุธเที่ยวเรือขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลเพิ่มเป็น 99 เที่ยว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โฆษก DSI เผยวงประชุมร่วม "ธุรกิจพลังงาน-สรรพสามิต" พบพิรุธเที่ยวเรือขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยวจาก 96 เที่ยว ความผิดปกติส่วนใหญ่มักมาจากภาคตะวันออกลงภาคใต้

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้าวงประชุมคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีการกักตุนน้ำมัน ซึ่งมีการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ในการตรวจสอบจำนวนเที่ยวเรือที่มีการขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบความผิดปกติจากจำนวนเที่ยวเรือรอบแรก 96 เที่ยว มีพฤติกรรมเข้าข่ายกักตุนน้ำมันกลางทะเล ว่า

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ช่างภาพพีพีทีวี
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ

วันนี้เราได้มีการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากกรมสรรพสามิต และกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลตัวเลขมาตรวจสอบเปรียบเทียบกัน เนื่องจากในขั้นตอนน้ำมันออกจากคลัง มันจะต้องมีใบกำกับการขนส่ง และจะต้องมีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิตต้นทาง เพื่อนำไปตรวจเช็คกับน้ำมันที่ไปถึงยังปลายทาง

และจะได้นำข้อมูลตัวเลขทั้งหมดมาจัดทำตารางเปรียบเทียบกับจำนวนเที่ยวเรือทั้งหมด รวมถึงจำนวนเรือ โดยเฉพาะปลายทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ล่าสุดข้อมูลมีการปรับตัวเลขเพิ่มขึ้น จากเดิมจำนวนเที่ยวเรือที่ 96 เที่ยวเรือ พบเพิ่มเป็น 99 เที่ยวเรือ จึงต้องเร่งนำเอาตัวเลขทั้งหมดมากระทบยอดกับปริมาณน้ำมัน ทั้งส่วนของน้ำมันดีเซลและเบนซิน

ทั้งนี้ จำนวนเรือที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องนับจากช่วงเรือที่วิ่งเดินทาง เพราะมีข้อมูลว่าเรือบางลำวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยว จึงต้องแยกว่าในจำนวนทั้งหมด 99 เที่ยวเรือดังกล่าว มีการใช้เรือวิ่งทั้งหมดกี่ลำ

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า ส่วนเรื่องน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายกลางทะเลนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนดำเนินการตรวจสอบ เพราะต้องดูตัวเลขทั้งหมดนำมาเปรียบเทียบกัน โดยเฉพาะปริมาณน้ำมันที่ลงไปในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะได้มีการขยายผลสอบสวนคู่ขนานกัน

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อว่า ส่วนใหญ่แล้วเที่ยวเรือที่เป็นเส้นทางหลัก คือ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะโรงกลั่นในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และในจังหวัดระยอง จากนั้นจึงจะมีการเคลื่อนย้ายน้ำมันลงไปในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งยังมีประเด็นปลีกย่อยอีก แต่หลัก ๆ ก็สองแหล่งนี้

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ช่างภาพพีพีทีวี
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่การเดินทางปริมาณน้ำมันยังคงเดิมหรือหดหายไปอย่างไรหรือไม่นั้น ยังคงอยู่ระหว่างตรวจสอบจากตัวเลขที่มีการรายงานเข้ามา

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า “ปกติแล้วระวางของเรือแต่ละลำจะไม่เท่ากัน เรือบางลำก็บรรทุกน้ำมันชนิดเดียว บางลำก็บรรทุกน้ำมันหลายชนิด จึงต้องเชิญหน่วยงานที่ควบคุมโดยเฉพาะอย่างกรมธุรกิจพลังงานและกรมสรรพสามิตมาดูยอดตัวเลขทั้งหมดเพื่อให้เป็นตัวเลขเดียวกัน

“ซึ่งเราก็ตรวจพบความผิดปกติว่าเรือบางลำมีการใช้เวลาในการวิ่งนานผิดปกติ โดยเฉพาะเส้นทางจากภาคตะวันออกลงไปยังพื้นที่ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องนำไปขยายผล โดยการตรวจสอบจากเรือที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ อย่างไรก็ดี เรือที่ใช้เวลาวิ่งกลางทะเลนานกว่าปกติ เราพบว่ามีทั้งสองแบบ คือบรรทุกทั้งน้ำมันชนิดเดียว และน้ำมันหลายชนิด” โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุ

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจงว่า ส่วนกรณีการเปิดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันเพิ่มเติม ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เปิดเผยไว้ช่วงเช้านั้น หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะได้แจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ