วันที่ 12 เม.ย. 2569 เวลา 11.30 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงภายในโรงงานน้ำตาลพิมายของบริษัทอุตสาหกรรมโคราช จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.หนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา โดยเจ้าหน้าที่มีการระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลและอบต.ต่างๆ กว่า 20 คัน ระดมดับเพลิงแต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ยังคงเกิดเพลิงลุกไหม้และมีกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นฟ้าเป็นจำนวนมากทำซึ่งกลุ่มควันดังกล่าวได้ปกคลุมถนนบริเวณโดยรอบโรงงาน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ทั้งนี้จากการสอบถามคนงานโรงงานน้ำตาลรายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ต้นเพลิงเกิดบริเวณสายพานลำเลียงกากอ้อยขณะเครื่องจักรกำลังทำงานประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้และลุกลามอย่างรวดเร็ว ทางคนงานของโรงงานพยายามจะดับเพลิงแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้จึงแจ้งให้ดับเพลิง อบต.หนองระเวียงและอปท.ใกล้เคียงระดมรถมาฉีดสกัดเพลิงจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ทางโรงงานจึงเร่งนำรถบรรทุก รถตัก และรถชนิดต่างๆออกจากโรงงานไปไว้ในที่ปลอดภัยก่อน
ผลจากเพลิงไหม้ทำให้ควันไฟปลิวปกคลุมไปทั่วตำบลหนองระเวียงส่งผลกระทบต่อระบบการหายใจของประชาชนทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและฝ่ายปกครองได้เร่งอพยพเด็กและผู้สูงอายุออกจากหมู่บ้านใกล้เคียงไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน และทางอำเภอพิมายได้จัดตั้งหน่วยปฐมพยาบาลให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว
ล่าสุด นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ภายในโรงงานน้ำตาลพิมาย โดยประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้ง ปภ. จังหวัด และ หน่วยกู้ภัย ในพื้นที่ โดยเฉพาะ รถดับเพลิง จากพื้นที่ต่าง ๆกว่า 17 คัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง จำนวน 64 คน ในการปฏิบัติการ ดับไฟไหม้กากอ้อยภายในโรงงานน้ำตาลพิมาย โดยสาเหตุเบื้องต้นน่าจะเกิดจาก สภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกิดความร้อนบริเวณที่เก็บกากอ้อยหลังโรงงาน ก่อนที่จะเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว อยู่ในระหว่างประเมินความเสียหายทั้งหมด
ขณะที่เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวนั้นยังได้ส่งผลกระทบไปยังชาวบ้านพื้นที่ตำบลหนองระเวียงอีกด้วย โดยลมได้พัดพากากอ้อยที่ติดไฟนั้นไปตกในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านหนองระเวียงจนทำให้เกิดไฟลุกไหม้พื้นที่การเกษตรแต่โชคดีที่ดับไว้ได้ทันจนไม่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง