พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยผลการขยายผลตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันในช่วงที่ผ่านมา หลังได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ภายหลังเกิดวิกฤตจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม
จากการตรวจสอบพบความผิดปกติหลายจุด โดยเฉพาะคลังน้ำมันที่ทำหน้าที่กระจายเชื้อเพลิงไปยังสถานีบริการ
พบว่ามีคลังน้ำมันตามมาตรา 7 (ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่) จำนวน 3 แห่ง และตามมาตรา 10 อีก 2 แห่ง มีปริมาณน้ำมันอยู่จำนวนมาก แต่ไม่ปล่อยออกสู่ตลาด
นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือกว่า 7.9 ล้านลิตร ที่มีการเคลื่อนตัวล่าช้า เพื่อประวิงเวลารอราคาน้ำมันปรับขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม ก่อนนำขึ้นท่าเรือ ขณะที่การขนส่งทางบก พบการลักลอบเปลี่ยนปลายทาง ส่งผลให้บางพื้นที่เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน
ขณะเดียวกัน สถานการณ์สต็อกน้ำมันในเดือนมีนาคม พบว่ามีปริมาณคงคลังราว 30 ล้านลิตร ก่อนจะลดลงเหลือประมาณ 20 ล้านลิตรในช่วงกลางเดือน และกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้งใกล้เคียงระดับเดิม โดยมีการจ่ายน้ำมันเฉลี่ยวันละ 2 ล้านลิตร
ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า แม้ภาพรวมการนำเข้าและการผลิตจะเป็นปกติ แต่กลับพบความผิดปกติในระบบกระจายสินค้า โดยเฉพาะหน้าปั๊มที่ไม่มีน้ำมันจำหน่าย ทั้งที่ในระบบมีน้ำมันเพียงพอ
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม โรงกลั่นน้ำมันได้เพิ่มกำลังการผลิตดีเซลจากปกติวันละ 70 ล้านลิตร เป็น 78 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้นวันละ 8 ล้านลิตร รวมทั้งเดือนเพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านลิตร
พร้อมกันนี้ ยังมีการนำสต็อกน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง ออกมาใช้เพิ่มจากเดิมกว่า 1,200 ล้านลิตร เหลือประมาณ 700 ล้านลิตร หรือมีการจ่ายเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นอีกกว่า 500 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งถูกลดโควตาการรับน้ำมัน ขณะที่ผู้ค้าน้ำมันบางรายไม่กระจายน้ำมันไปยังปั๊มอิสระ ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม สะท้อนพฤติกรรมกักตุนและเก็งกำไร
ล่าสุด กระทรวงพลังงานได้ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเก็บข้อมูลการรับ-จ่ายน้ำมันรายวัน เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม
เบื้องต้นพบคลังน้ำมันอย่างน้อย 5 แห่ง เข้าข่ายกักตุนและชะลอการจำหน่าย เพื่อรอขายในราคาที่สูงขึ้น โดยจะส่งข้อมูลให้ DSI และตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หากตรวจสอบพบว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้รับความเสียหาย จากการนำเงินชดเชยไปสร้างกำไรเกินควร กระทรวงพลังงานเตรียมเรียกคืนความเสียหายจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป