พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าการทำคดีกักตุนน้ำมันที่เกิดขึ้นในช่วงแคลนน้ำมันที่ผ่านมาว่า ตนเองได้ให้นโยบายกับ พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ทำอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญคือการกระตุ้นน้ำมันที่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างความเดือดร้อน ถือเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ร้อนกับพี่น้องประชาชน
เป็นเรื่องที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายรับไม่ได้ ให้บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด ซึ่งมีกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศุลกากร, คุ้มครองผู้บริโภค, สินค้าและบริการ บังคับใช้อยู่
ส่วนคดีที่จะไปสู่กรมสอบสวนคดีพิเศษก็มีเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ถ้าเข้าเงื่อนไขทางตำรวจจะโอนสำนวนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย และการพิจารณาตามขั้นตอนต่าง ๆ โดยยืนยันจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีช่วยใครแม้แต่รายเดียว
คดีสินบนทองคำ "บิ๊กโจ๊ก" สำนวนถึงอัยการแล้ว
ส่วนกรณีเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 พันตำรวจเอก ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก เข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดีสินบนทองคํา 246 บาท นั้น
พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ กล่าวว่า เป็นการยื่นหนังสือและรับตามขั้นตอนซึ่งมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรับเพื่อเสนอความคิดเห็น ซึ่งกระบวนการทางคดีทางกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ได้มีการตั้งคณะพนักงานสอบสวนและดําเนินการสอบสวนเรื่อยมา
ล่าสุด ได้รับรายงานว่าทางคณะพนักงานสอบสวนได้ส่งสํานวนให้อัยการพิจณาแล้ว คดีดังกล่าวมีความละเอียดและซับซ้อนจึงจําเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมมากที่สุดซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ในเรื่องการสอบสวนขอให้ไปสอบถามทางคณะพนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะดีกว่าโดยจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 18 เมษายน 2569
เมื่อถามถึงกรณีที่วันนี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวยื่นฟ้องเอาผิด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้ถูกกล่าวหามักจะยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดทํางานในคดี แต่ขอยืนยันว่าทางคณะพนักงานสอบสวนดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย