จากกรณีดรามาสะเทือนใจคนรักสัตว์ เมื่อเจ้าของสุนัขล้มป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบ หรือ สโตรก ทั้งพี่ทั้งน้อง จนต้องฝากสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ชื่อ "น้องกะทิ" ไว้กับคนรู้จักชั่วคราว แต่พออาการดีขึ้นจะขอรับคืน กลับถูกเรียกเงิน 100,000 บาท อ้างว่าเป็นค่าเลี้ยงดูและค่ารักษาพยาบาล พร้อมถูกตั้งคำถามถึงศักยภาพในการเลี้ยงดู จนกลายเป็นคดีความร้องทุกข์นั้น
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อ "แพร" เจ้าของสุนัข ประสบภาวะวิกฤตทางสุขภาพ
จึงได้ติดต่อฝาก "น้องกะทิ" ที่เลี้ยงมาเกือบ 10 ปี ไว้กับคนรู้จักในช่วงเดือนกันยายน 2568 โดยมีการตกลงกันชัดเจนว่าเป็นการฝากเลี้ยงชั่วคราวระหว่างรักษาตัว
อย่างไรก็ตาม เมื่อแพรและน้องสาวอาการดีขึ้นและประสงค์จะรับน้องกะทิคืน กลับถูกฝั่งผู้รับฝากบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนกระทั่งมีการเรียกเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อแลกกับการคืนสุนัข โดยอ้างว่าน้องกะทิมีโรคประจำตัว ต้องอยู่ห้องแอร์ตลอด 24 ชั่วโมง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากเมื่ออยู่กับผู้รับฝาก
ในแง่ของกฎหมาย นายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือ "ทนายพัฒน์" ทนายความ ได้ให้ความเห็นว่า สุนัขถือเป็นทรัพย์สินของเจ้าของ เมื่อมีการฝากเลี้ยงและเจ้าของมาทวงคืน ผู้รับฝากมีหน้าที่ต้องส่งมอบคืนตามสิทธิ์ หากมีเจตนาไม่คืนอาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการเลี้ยงดูหากไม่มีการทำสัญญากันไว้แต่แรก ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุอ้างเพื่อยึดหน่วงตัวสุนัขไว้ได้
ล่าสุด ความคืบหน้าเรื่องนี้มีสัญญาณที่ดีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยประสานงาน โดยมีรายละเอียดการนัดหมาย ดังนี้
กำหนดการ วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่ สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี (สน.มีนบุรี) ทางฝั่งแพรและครอบครัวยืนยันว่า แม้ตนเองจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเท่าคู่กรณี แต่ความผูกพันและการดูแลตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ความรักที่มีต่อน้องกะทิ และพร้อมจะดูแลลูกรักตัวนี้ตามกำลังความสามารถอย่างดีที่สุด
ต้องติดตามกันต่อในช่วง 15.00 น. วันนี้ว่า การส่งมอบตัวน้องกะทิจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยหรือไม่ และจะมีการเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากทางคู่กรณีอีกหรือไม่