จากกรณีที่เพจดัง ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า สะเทือนใจสายบุญ! ทองคำ 50 บาท หายวับเหลือแค่สังกะสี ลุงน้ำตาตกถวายปัจจัยเกือบ 4 ล้าน หวังหล่อพระเกศทองคำถวายวัด สุดท้ายโดนช่างแสบสลับไส้ทิ้งไว้แค่ความเจ็บปวดและศรัทธาที่ถูกทำลาย
“กลายเป็นประเด็นดรามาร้อนระอุในโลกโซเชียล เมื่อความตั้งใจอันบริสุทธิ์ของคุณลุงคนหนึ่ง ที่รวบรวมทองคำแท่งหนักถึง 45 บาท ผสมกับทองจากหลวงพ่อและชาวบ้านรวมเป็น 50 บาท เพื่อหวังจะหล่อ "พระเกศทองคำ" ถวายเป็นพุทธบูชา
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ ย้อนกลับไปเมื่อ 7-8 ปีก่อน แน่นอนว่าทุกคนเห็นกับตาว่ามีการเททองลงเบ้าหลอมจริง แต่พิรุธเริ่มเกิดเมื่อช่างอ้างขอยกเบ้ากลับโรงงานเพื่อ "ขัดเงา" ก่อนส่งมอบคืน
ความจริงที่แสนเจ็บปวดมาปรากฏเอาวันนี้ เมื่อมีการนำพระเกศมาตรวจสอบที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ผลตรวจออกมาทำเอาลุงถึงกับทรุด เพราะทอง 50 บาท มูลค่าเกือบ 4 ล้านบาท หายวับไปกับตา ตรวจเจอทองผสมอยู่เพียง 2% ที่เหลือคือสังกะสีและทองแดง
งานนี้หลวงพ่อไม่นิ่งเฉย เตรียมรวบรวมหลักฐานนำคณะช่างชุดนั้นมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะนี่ไม่ใช่แค่การโจรกรรมทรัพย์สิน แต่เป็นการปล้นศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างไม่น่าให้อภัย เงินทำบุญที่สะสมมาทั้งชีวิต กลายเป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่าในพริบตา หัวอกคนเป็นคนทำบุญจะรู้สึกอย่างไร? แล้วพวกช่างที่หากินกับความศรัทธาแบบนี้ ควรจะได้รับบทลงโทษแบบไหนถึงจะสาสม?” เพจดัง ระบุ
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2569 ที่วัดบุญชื่นชู ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี พระครูปทุมปุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดบุญชื่นชู พร้อมด้วย พระครูประทีป ธรรมโร เจ้าอาวาสวัดดาวเรือง,นายเสนีย์ มูลขำ อดีต สจ.,นายคร คันธุอุลิส อายุ 69 ปี,นายยุทธพล ธรรมรูปา ผู้ใหญ่อ๊อฟ,นายเสนีย์ มูลขำ อดีต สจ.,นายวรพจน์ จิตตะธัม อายุ 43 ปี ช่างหล่อ และคณะกรรมการวัด ได้มีการประชุมร่วมกัน เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องพระเกศทองคำ หลังจากที่สำนักพุทธศาสนาได้มีความเห็นให้ผ่าพิสูจน์ โดยหลังจากที่มีการประชุมหลายฝ่ายแล้ว มีข้อตกลงกันว่าต้องการผ่าพิสูจน์ ว่ามีทองคำอยู่ด้านในหรือไม่
จากนั้น นายวรพจน์ จิตตะธัม อายุ 43 ปี ช่างหล่อพระเกศ ได้ทำการผ่าพระเกศตามแนวขวาง โดยใช้เวลาผ่าประมาณ 3 นาที ซึ่งหลังจากเปิดออก นายวรพจน์ ดีใจจนหงายหลังเมื่อพบว่ามีชิ้นส่วนทองอยู่ข้างใน ที่หล่อติดอยู่กับปูน โผล่ขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้น จึงได้ใช้อุปกรณ์เพื่อที่จะทุบเอาปูนออก เมื่อทุบปูนออกจนหมด จึงพบเนื้อทองอยู่ที่บริเวณปลายของพระเกศ
ทางด้าน นายวรพจน์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ผมนั่งดูพระเกศ ตามสื่อต่าง ๆ ที่เอามาลงไว้ ผมสังเกตทุกอย่าง ทุกรอย ทุกรายละเอียด ผมดูจนผมจะบ้า เพราะว่าผมไม่รู้เลย 10 ปีที่ผ่านมา ใครจะเอาพระเกศนี้ไปทำอะไรบ้าง 10 ปีพระเกศไม่ได้อยู่กับผม แต่ผมต้องมารับผิดชอบ ว่ามีทองอยู่ ถ้าไม่ต้องติดคุกแน่ ทุกคนบอกว่าต้องอยู่ แต่ผมคิดว่ายังไงก็อยู่ ผมนั่งมองทุกวันว่ามันใช่อันเดิมไหม เพราะว่าเกศผมทำไปเป็น 100 เป็น 1,000 อัน แต่ที่สังเกตว่ารอยนี้คืออะไร รอยนี้เป็นอะไร จนมั่นใจว่าใช่อันเดิม และต้องมีทองข้างใน
ทางด้าน พระครูปทุมปุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดบุญชื่นชู กล่าวว่า อาตมาก็มั่นใจตามที่ช่างโต้งบอกไว้ แต่อาตมาแค่เสียความรู้สึกมากเลย ว่าของสูงเหมือนเราลบหลู่ท่าน เราก็ไม่อยากจะทำแบบนั้น และอาตมาก็ไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น อาตมาสร้างวัดหมดไปเป็นร้อยล้าน
แต่ร้านที่ไปสแกนแบบนี้ทำให้เสื่อมเสีย ก็อยากให้ทางร้านออกมาขอโทษ หรือเข้ามาพบกับอาตมาก็ได้ เพราะข่าวที่ออกไปทำให้ชื่อเสียงของวัดเสียหาย ในส่วนของทอง ก็จะให้ร้านทองนำเครื่องมือมาเพื่อเอาทองออก แล้วจะมาตกลงกันอีกครั้งว่าทำอย่างไร แต่ในส่วนของพระเกศ ช่างโต้งได้บอกว่าจะสร้างอันใหม่ให้ ซึ่งในส่วนนี้เราจะต้องพูดคุยรายละเอียดกันอีกว่าดำเนินการยังไงต่อไป อาตมาอยากจะบอกให้สื่อและคนที่เอาไปลงให้เข้าใจ ว่าหลวงพ่อไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเลย ด้วยความสัตย์จริง โดยหลวงพ่อตั้งใจไว้ว่าจะสร้างวัดนี้ให้สำเร็จ มีแต่ความประสงค์ดี ไม่มีความประสงค์ร้ายเลย