จากกรณี ทราย สิรณัฐ สก๊อต อัดคลิปเล่าบาดแผลชีวิตทั้งน้ำตาว่าเคยถูกคนในครอบครัวล่วงละเมิดช่วงวัยรุ่น อีกทั้งครอบครัวรับรู้แต่กลับไม่มีใครช่วยเหลือ รวมถึงยังถูกฟ้องร้องเพื่อเอาทรัพย์สินมรดกนั้น
ล่าสุด ทราย เปิดใจว่า การออกมาพูดครั้งนี้ต้องใช้ความกล้าหาญทั้งหมดที่มี ทุกครั้งที่ได้พูดความจริง เหมือนได้ตัวเองกลับคืนมา และต้องการให้เรื่องของตนเป็นตัวอย่างให้สังคมเห็นว่า เรื่องลักษณะนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องที่ปล่อยผ่านได้ เพราะยังมีเด็กและคนอีกจำนวนมากที่กำลังเผชิญสถานการณ์เดียวกัน
เจ้าตัวยอมรับว่า สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่เรื่องที่ดิน แต่คือ “20 ปีของชีวิต” ที่สูญเสียไป พร้อมระบุว่า ไม่มีสิ่งใดทดแทนความรักจากครอบครัวได้ แต่เมื่อสิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น อย่างน้อยตนควรได้รับความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการยกฟ้องหรือการชดเชย เพื่อให้สามารถเดินหน้าชีวิตต่อในฐานะนักอนุรักษ์ที่คนรู้จัก
ทราย ยังย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องภายในครอบครัว เพราะหากเด็กคนหนึ่งกล้าออกมาพูด แสดงว่าคนในบ้านไม่สามารถปกป้องเขาได้แล้ว และสังคมควรช่วยกันรับฟังและแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ผลักให้เป็นเรื่องส่วนตัว
สำหรับกรณีที่ “มายด์ ลภัสลัล” ออกมาขอโทษนั้น ทราย ระบุว่า ไม่ได้ติดใจ เพราะมองว่าคนที่ต้องรับผิดชอบจริง ๆ คือพี่ชาย ส่วนคนในครอบครัว แม้บางคนจะถูกบล็อกช่องทางติดต่อ แต่หากต้องการพูดคุยก็ยังสามารถให้เลขานุการติดต่อมาได้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามา
ทราย กล่าวถึงกรณีญาติบางคนที่ออกมาโพสต์ข้อความ พร้อมเผยว่า บุคคลเหล่านั้นไม่เคยช่วยเหลือ แต่กลับเป็นผู้กดดันให้เซ็นมอบสิทธิ์ที่ดินให้มารดา พร้อมตั้งคำถามว่า บางครั้ง “ทรัพย์สินและชื่อเสียง” อาจมีน้ำหนักมากกว่าชีวิตของเด็กคนหนึ่ง
เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงออกมาพูดในตอนนี้ เจ้าตัวตอบว่า “มันเป็นช่วงที่ผมพร้อม” พร้อมยอมรับว่า ไม่มีช่วงเวลาใดเหมาะสมสำหรับเรื่องเลวร้ายแบบนี้ และกล่าวประโยคสะเทือนใจว่า “ผมไม่กลัวตาย เพราะสิ่งที่พวกเขาทำกับผม ผมถือว่าผมตายมาหลายรอบแล้ว”
ทราย เผยอีกว่า ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา พยายามขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในครอบครัว รวมถึงผู้ใหญ่ในตระกูลแต่ได้รับคำตอบเพียงว่า “ให้ไปขอโทษแม่” และ “ให้นึกถึงตระกูล” จนรู้สึกว่า ชีวิตของเด็กคนหนึ่งไม่มีความสำคัญเท่าภาพลักษณ์ทางธุรกิจ หนึ่งในช่วงที่สะเทือนใจที่สุด คือวันที่แม่จ้างพี่เลี้ยงที่เคยอนาจารตนกลับเข้ามาทำงานในบ้าน เพื่อกดดันให้ตนออกจากบ้าน โดยทรายกล่าวว่า มันเหมือนถูกทำร้ายซ้ำอีกครั้ง และรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ไม่มีคุณค่าในสายตาครอบครัว
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่า สิ่งที่ทำให้ยังยืนอยู่ได้คือกำลังใจจากประชาชน โดยหลังจบการให้สัมภาษณ์ มีแฟนคลับนำดอกไม้มามอบและกอดให้กำลังใจ จนทรายร้องไห้ออกมา พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณที่เป็นครอบครัวให้กับทราย”
ในส่วนคดีความ ทราย เผยว่า ได้ขึ้นศาลไปแล้ว 1 ครั้ง แต่อีกฝ่ายไม่มาศาล โดยมีการนัดพิจารณาครั้งต่อไปคือวันที่ 10 มิ.ย. 2569 พร้อมระบุว่า ยังมีหลักฐานอีกจำนวนมาก รวมถึงคลิปเสียงความยาว 20 นาที ที่อาจถูกเปิดเผยในอนาคต
นอกจากนี้ ทรายยังเปิดเผยว่า เตรียมเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น “สมุทร” โดยจะใช้ชื่อว่า “ทราย สมุทร” และจะเลิกใช้นามสกุล “สก๊อต” เพราะไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับพ่ออีกต่อไป โดยกล่าวว่า “พ่อของผมเป็นคนที่ไม่ใช่พ่อคน”