จากกรณี นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ “ทราย สมุทร” โพสต์ข้อความ “คดีลูกเนรคุณ” พร้อมระบุว่าแม่เป็นคนฟ้อง พี่ชายเป็นพยาน รวมถึงเงินในตู้เซฟที่คุณยายยกให้ตามในพินัยกรรมหายไปด้วย เตรียมดำเนินคดีอาญา จนเป็นที่จับตามองของสังคม
ล่าสุด เวลา 12.40 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ ศาลแพ่งพระโขนง ทราย สมุทร พร้อม คณะเจรจาประนีประนอมไกล่เกลี่ยตามคำแนะนำของผู้พิพากษา เดินทางมาตามนัดหมาย โดยก่อนขึ้นศาลได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเครียดหรือไม่ ทราย สมุทร ระบุว่า “ตอนนี้ยัง ก็ต้องพร้อมครับ ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมสถานการณ์มาถึงตรงนี้แล้ว แต่ขอไปดูก่อน รวมถึงคดีตู้เซฟ เดี๋ยวจะออกมาเล่าให้ฟัง ฝากให้พี่ ๆ ทานข้าวก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะนานขนาดไหน”
เมื่อถามถึงคนที่มาให้กำลังใจ ทราย สมุทร ระบุว่า ไม่มีคำบรรยายนอกจากขอบคุณ
ขณะที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ระบุว่า ทราย สมุทร ได้มอบอำนาจให้ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจ ลำดับที่ 1 นางสาวอัจฉรา แสงขาว หรือ ทนายปุย ลำดับที่ 2 และ นายคมสัน โพธิ์คง ลำดับที่ 3 เป็นคณะเจรจาประนีประนอมไกล่เกลี่ย ร่วมกับคุณทราย ตามคำแนะนำของผู้พิพากษา
เมื่อศาลนัดไกล่เกลี่ยก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของโจทก์และจำเลย หากฝั่งโจทก์มีความพร้อม ผู้ที่จะมาเป็นตัวแทนก็ต้องเป็นคุณแม่ แต่ต้องดูว่าคุณแม่จะมาหรือไม่ หรือส่งตัวแทนมา และจะมีทิศทางอย่างไร
ขณะที่ฝั่งจำเลยคือ คุณทราย มาด้วยตัวเอง พร้อมคณะการเจรจา แต่เราจะไม่ตัดสินอะไรล่วงหน้าจนกว่าจะรู้ก่อนว่าฝั่งโจทก์มีความประสงค์จะเจรจาหรือไม่ เพราะเขาเป็นผู้ฟ้อง หรือมีเจตนาอย่างไร เราไม่อาจทราบได้
ไม่มีใครรู้จนกว่าจะถึงการเจรจา โดยต้องดู 2 ข้อ คือ
- คุณแม่มาหรือไม่ เพราะฝั่งจำเลยไม่มีใครรู้ จนกว่าจะถึงการเจรจา แต่ฝั่งจำเลยมาทั้งตัวคุณทราย
- เจตนารมณ์ของฝ่ายโจทก์ มีความประสงค์จะเจรจาหรือดำเนินคดีต่อ แต่ฝั่งจำเลยมีความพร้อมทุกกรณี
เราได้คิดออกแบบจำลองไว้ทั้งหมดแล้ว ไม่ว่ากรณีไหน จะทำอย่างไรบ้าง แต่ขอยังไม่พูดในตอนนี้
ทีมทนายขณะนี้มีประมาณ 20 คน เป็นทีมทนายของคุณทราย และบ้านพระอาทิตย์ ซึ่งมีการปรึกษากันในรายละเอียด จนมั่นใจว่ามีความพร้อมในการรองรับทุกกรณี ทุกสถานการณ์
นายปานเทพ มองว่า ทรายไม่มีความกังวลใจ เพราะเขามีในใจอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร และบางอย่างคุณทรายต้องพูดด้วยตัวเอง ตนจะไม่ก้าวล่วง เพราะนับตั้งแต่มาร่วมกับทีมของเรา คุณทรายมีความผ่อนคลาย มั่นใจ และเห็นภาพว่ามีอะไรบ้างที่ต้องทำ
นายปานเทพ เผยว่า เมื่อสองวันที่แล้วเราก็ประชุมกัน โดยรวมทีมทนายมีความแข็งแกร่งมาก ตนดูมาหลายคดีก็ยอมรับว่าการเตรียมการทางคดีเป็นไปอย่างอย่างมั่นคง แน่นหนา และชัดเจนมาก จึงไม่หนักใจ ไม่ว่าจะกรณีไหนเลย และคุณทรายก็ทราบทุกประเด็นแล้ว
ซึ่งการประชุมคดี ยังพบหลักฐานบางประการที่ทำให้เชื่อว่าคุณยายเคยเขียนพินัยกรรมเรื่องของตู้เซฟและอาจจะมีทรัพย์สินอย่างอื่นที่ติดชื่อคนอื่น ๆ ซึ่งตามกระบวนการจะต้องมีการการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
และหากมีรายชื่อผู้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเหล่านั้น การเปิดตู้เซฟจะเปิดไม่ได้ ถ้าไม่มีคนได้ผลประโยชน์เห็นเป็นที่ประจักษ์พร้อมกัน
ดังนั้น ถ้ามีทรัพย์สินหายไป ซึ่งจากพยานหลักฐานเชื่อว่ามีการหายไปทั้งเงินสดและอัญมณี คุณทรายตัดสินใจแล้วว่าต้องดำเนินคดี
นายปานเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยาก ทรายก็เพิ่งรู้ เพราะหลังจากมีเรื่องการถูกฟ้องร้องก็มีการหาพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด จนพึ่งมารู้ว่าฝั่งคุณยายมอบมรดกโดยพินัยกรรมเอาไว้ให้ด้วย และระบุอย่างชัดเจนว่าเงินสดในตู้เซฟยกให้คุณทรายด้วย และอัญมณีก็ติดชื่อรายบุคคลเอาไว้ด้วย แต่คุณทรายไม่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดตู้เซฟเลย
ดังนั้น จึงต้องดำเนินคดีความในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ไม่ว่าใครจะเกี่ยวข้องก็ตาม เพราะตั้งแต่วันที่รู้ข้อมูลนี้ ก็ยังคงอยู่ในอายุความที่สามารถดำเนินการได้ ตามความประสงค์ของคุณทราย ที่จะดำเนินคดีอาญากับเรื่องนี้
แต่ถ้าหากคุณแม่ไม่มา ก็แปลความได้ว่า เขาอาจจะไม่ไกลเกลี่ย และอาจจะแปลความได้ว่าให้ฟ้องต่อหรือตั้งใจส่งมอบหน้าที่ให้ทนายทนายความ เราไม่มีทางรู้จนกว่าจะเข้าไปอยู่ในบัลลังก์
ด้านนางสาวอัจฉรา แสงขาว หรือ ทนายปุย หนึ่งในคณะเจรจาประนีประนอมไกล่เกลี่ย ระบุว่า ส่วนของงานกฎหมาย มีการปรึกษาในคดีแพ่งและอาญา จนถึงตอนนี้เราต้องยืนยันตามเจตนาของคุณทราย และวันนี้ที่มาไกล่เกลี่ยในคดีแพ่ง อีกฝ่ายจะมาเจรจาด้วยหรือไม่ เพราะทางเราเตรียมไว้หมดแล้ว ส่วนการดำเนินคดีอาญาก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ของคุณทรายต่อไป
ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดี “ทราย สก๊อต” กับมารดาอีกรอบ 16 มิ.ย. หลังเจรจาคืบหน้า
เวลา 13.30 นาฬิกา ศาลแพ่งพระโขนงมีคำสั่งให้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำที่ พ 101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต จำเลย
เรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 และจำเลยยื่นคำให้การแล้ว
ศาลแพ่งพระโขนงนำคู่ความเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ผลปรากฏว่าการเจรจาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คู่ความประสงค์จะขอเวลาเจรจากันอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายขอนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00 นาฬิกา ณ ศาลแพ่งพระโขนง