Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

"ปานเทพ" เผย ศาลอนุญาตถอนฟ้องคดี "ทราย" หวังครอบครัวกลับมาพูดคุยกัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องคดีเพิกถอนการให้ทรัพย์สินที่ "ทราย สก๊อต" เป็นจำเลย ด้าน "ปานเทพ" มองเป็นก้าวแรกของการคลี่คลายปัญหาครอบครัว

อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย นายสิรณัฐ หรือ “ทราย สมุทร” นางเบญจมา อภัยวงศ์ ทนายความส่วนตัว และทีมทนายความจากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้แก่ อาจารย์คมสัน โพธิ์คง และทนายอัจฉรา แสงขาว ร่วมให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีเพิกถอนการให้ทรัพย์สิน ซึ่งทรายเป็นจำเลย

อาจารย์ปานเทพ เปิดเผยว่า ก่อนการพิจารณาคดี โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับทรายในคดีนี้อีก  

 

ทราย สก๊อต ช่างภาพพีพีทีวี
"ปานเทพ" เผย ศาลอนุญาตถอนฟ้องคดี "ทราย" หวังครอบครัวกลับมาพูดคุยกัน

ฝ่ายจำเลยไม่ได้คัดค้าน ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง พร้อมจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และคืนค่าธรรมเนียมศาลให้โจทก์เป็นกรณีพิเศษ 

อย่างไรก็ตาม ศาลยังมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนการไต่สวนคำร้องเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาล ซึ่งจะมีการสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

การที่ทุกฝ่ายได้มายืนร่วมกันในวันนี้ เป็นผลจากคดีที่มีการกล่าวหาว่าทรายเป็นผู้เนรคุณ จนนำไปสู่การฟ้องร้อง แต่ยืนยันว่าตลอดกระบวนการ ทีมทนายไม่ได้กระทำผิดมารยาทวิชาชีพ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างครบถ้วน

พวกตนได้ยื่นพยานหลักฐานทั้งหมดต่อศาลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมทุกประเด็น ตลอดจนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด โดยมั่นใจว่าหากคดีเดินหน้าต่อ ก็พร้อมพิสูจน์ทุกประเด็น เมื่ออีกฝ่ายได้รับทราบแนวทางการต่อสู้ของฝ่ายจำเลย จึงเห็นว่าการถอนฟ้องและกลับไปพูดคุยกันภายในครอบครัวน่าจะเป็นทางออกที่เป็นประโยชน์มากกว่า พร้อมมองว่าการถอนฟ้องครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

ด้านนางเบญจมา อภัยวงศ์ ทนายความของทราย กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่คดีนี้สิ้นสุดลง พร้อมยืนยันว่าการถอนฟ้องไม่ได้เกิดจากทีมทนายเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากกำลังใจของประชาชนที่ติดตามและสนับสนุนทรายมาตลอด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ทีมทนายได้ยื่นบันทึกถ้อยคำ บัญชีพยาน จำนวน 4 ปาก พร้อมพยานเอกสาร คลิปวิดีโอ และการถอดเทปต่อศาล รวมทั้งส่งสำเนาให้อีกฝ่ายครบถ้วน ทำให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่ในสำนวนคดีแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดประเด็นการเบิกความของพยานแต่ละคนอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องอายุความ การได้มาซึ่งที่ดิน และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของทราย เพื่อยืนยันว่าทรายไม่ได้มีพฤติกรรมเนรคุณตามที่ถูกกล่าวหา ก่อนที่โจทก์จะตัดสินใจถอนฟ้อง แม้ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของการถอนฟ้อง

แต่เมื่อศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความแล้ว คดีนี้ก็สิ้นสุดลงในชั้นศาล พร้อมขอบคุณอาจารย์ปานเทพ ทีมกฎหมายบ้านพระอาทิตย์ และประชาชนทุกคนที่ร่วมให้กำลังใจทรายตลอดการต่อสู้คดี การที่คุณแม่ของทรายเป็นผู้ตัดสินใจถอนฟ้อง ถือเป็นการเปิดประตูให้ครอบครัวกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง และหวังว่าหลังจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับความเข้าใจกัน

ด้านทนายอัจฉรา แสงขาว กล่าวว่า การทำงานร่วมกันของทีมกฎหมายทำให้วันนี้ทรายกลับมายิ้มได้อีกครั้ง และเชื่อว่าหลังจากคดีนี้สิ้นสุดลง ทรายจะสามารถนำศักยภาพของตนไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อีกมาก เพราะมีผู้คนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศคอยติดตามและให้กำลังใจอยู่เสมอ

ขณะที่ทราย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนไม่อยากพูดถึงคุณแม่มากนัก แต่สิ่งที่เห็นชัดที่สุดในวันนี้ คือ พลังของประชาชน และพลเมืองดีทั่วประเทศที่ให้กำลังใจ จนทำให้ตนรู้สึกเหมือนมีพี่น้องอยู่ทั่วประเทศ ตนไม่กล้าใช้คำว่า "ชนะ" เพราะคดีนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และตนไม่เคยเป็นคนเนรคุณ การถอนฟ้องเพียงหมายความว่าไม่มีการดำเนินคดีนี้ต่อ แต่ไม่ได้ลบล้างความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต

“ชีวิตตนยังไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม ตนยังไม่มีบ้าน ยังไม่มีความมั่นคง และยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือความยุติธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่คนคนหนึ่งควรได้รับ” ทราย กล่าวว่า  

รวมถึงตนทราบข่าวการถอนฟ้องจากสื่อมวลชน ไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากแม่ มองว่าประเด็นสำคัญหลังจากนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องมรดก แต่คือการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินคดีอาญา และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในภายหลัง

อยากให้ครอบครัวนัดพูดคุยกันโดยเร็ว หากเป็นไปได้ก็อยากให้เกิดขึ้นภายในสุดสัปดาห์นี้ พร้อมย้ำว่าความรักไม่ใช่คำพูดหรือคำสัญญา แต่ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ตลอดเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา หากไม่ได้รับกำลังใจจากประชาชน ชีวิตของตนอาจพังยิ่งกว่านี้ พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมคนที่ไม่เคยรู้จักตนจึงรับฟังข้อเท็จจริงและเข้าใจได้รวดเร็ว ขณะที่คนในครอบครัวกลับไม่เคยเปิดใจรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย

สำหรับประเด็นการตั้ง "สภาครอบครัว" นั้น  ขอรอให้มีการพูดคุยกันก่อน จึงจะสามารถบอกได้ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียอย่างไร พร้อมยืนยันว่าจะไม่ตัดสินจากคำพูด แต่จะรอดูการกระทำ เพราะสิ่งที่ตนต้องการมากที่สุดคือความยุติธรรมและการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ถึงแนวทางการดำเนินการในกรณีของพาย เรื่องนี้เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ยืนยันว่า จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย หากคนในครอบครัวยังรักและหวังดีกับตนจริง ก็ควรดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพราะเป็นเรื่องที่คนในครอบครัวรับรู้มาก่อนบุคคลภายนอก พร้อมมองว่าการพูดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องแสดงออกด้วยการกระทำที่เป็นรูปธรรม

ทราย เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายกำลังเตรียมดำเนินคดีอาญาในบางประเด็น และจะเปิดเผยรายละเอียดให้สังคมรับทราบในโอกาสต่อไป

พร้อมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นควรได้รับการตรวจสอบ และดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เพราะสังคมควรได้รับคำตอบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร และผู้ที่สร้างผลกระทบต่อผู้อื่นควรต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

โดยหลังจากคดีของแม่สิ้นสุดลง ตนจะกลับไปเดินหน้าทำงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการติดตามประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ และปัญหาพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นประเด็นที่ตนให้ความสำคัญและตั้งใจจะผลักดันอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น มีประชาชนและแฟนคลับจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจทราย พร้อมร่วมถ่ายภาพและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกำลังใจจากผู้สนับสนุนที่มาติดตามความเคลื่อนไหวของคดี

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ