กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยผู้บริหารกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายยาและเครื่องมือแพทย์ผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจาก กก.4 บก.ปคบ. ได้รับการร้องเรียนจาก อย. ให้สืบสวนหาแหล่งจำหน่ายยาสำหรับฉีดเสริมความงามที่ไม่มีทะเบียน และลักลอบจำหน่ายให้กับคลินิกเสริมความงาม ซึ่งหากนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เสียโฉม หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
จากการสืบสวนพบว่า ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตลาดพร้าว ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บและกระจายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ ทั้งที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียน โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับคลินิกเสริมความงามในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ต่อมา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรีเข้าตรวจค้นร้านดังกล่าว พบผลิตภัณฑ์กลุ่มสารเติมเต็ม ยาฉีดเสริมความงาม ยาชา วิตามินสำหรับฉีดผิว รวมถึงอุปกรณ์แพ็กสินค้าและกล่องพัสดุจำนวนมาก เตรียมส่งให้ลูกค้า
ตรวจยึดของกลางรวม 67 รายการ จำนวน 777 ชิ้น แบ่งเป็น เครื่องมือแพทย์ไม่มีทะเบียน 1 ชิ้น, ยาไม่มีทะเบียน 249 ชิ้น, เครื่องมือแพทย์มีทะเบียน 337 ชิ้น, ยามีทะเบียน 133 ชิ้น และอุปกรณ์อื่น ๆ 57 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงามควบคู่กับร้านกาแฟ และใช้ชื่อคลินิกเป็นช่องทางสั่งซื้อยาและเครื่องมือแพทย์ ก่อนนำมาเก็บไว้ภายในร้านกาแฟ แล้วให้พนักงานช่วยแพ็กสินค้า ส่งผ่านไรเดอร์และบริษัทขนส่งเอกชนไปยังคลินิกเสริมความงามกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี
เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ในข้อหา “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน”
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. จะประสานผู้ได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อตรวจสอบว่าของกลางที่ยึดได้มีสินค้าปลอมหรือไม่ พร้อมเตือนประชาชนให้เลือกใช้บริการคลินิกที่ได้รับอนุญาต และตรวจสอบเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ก่อนรับบริการทุกครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์เถื่อนอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตัดวงจรยาและเครื่องมือแพทย์เถื่อนที่แฝงตัวในธุรกิจความงาม เนื่องจากสถานที่จัดเก็บไม่มีมาตรฐานควบคุมอุณหภูมิหรือความปลอดภัยตามกฎหมาย อาจทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมคุณภาพและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้
พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงาม อย่าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ราคาถูกจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเพื่อลดต้นทุน เพราะอาจเสี่ยงต่อชีวิตของผู้รับบริการ และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายลักลอบจำหน่ายยาและเครื่องมือแพทย์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือผ่านเพจ “ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค”