นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ สส.กังฟู สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เปิดเผยว่า บริเวณช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ที่เคยเป็นฐานของเหล่าสแกมเมอร์ ขณะนี้จะเห็นว่าทางกัมพูชา พยายามเข้ามาประชิดแนวชายแดนไม่ให้ฝ่ายไทยทำถนน ซึ่งมีชาวบ้านมาแจ้งตนว่าอยากให้เข้าไปดู ว่าฐานสแกมเมอร์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะยังเห็นมีความเคลื่อนไหวอยู่
“สืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่ไปทำถนน จะเห็นว่าทางกัมพูชาพยายามเข้ามาประชิดแนวชายแดนบริเวณช่องสะงำ ในการเข้ามาอยู่ เข้ามาไม่ให้เราทำถนน ซึ่งตอนแรกตนอยู่ที่ จ.อุบลฯ ตนไม่ทราบ มีชาวบ้านมาแจ้งทั้งหน้างาน และแจ้งทางข้อความมาว่าอยากให้เข้าไปดูหน่อยว่าสแกมเมอร์มันเป็นยังไง เพราะเหมือนมีคนเคลื่อนไหวอยู่ ยังเห็นคนอยู่ ซึ่งชาวบ้านก็มีความกังวล บอกว่าให้ สส.ไปดูหน่อย ตนเลยลงไปดูบริเวณตรงนั้น”
นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงสืบเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ทางฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงกองทัพ เข้าไปตรวจค้นและพบเงิน 11 ล้านบาท รวมถึงทองคำ จึงอยากให้ขยายผลต่อ และต้องยอมรับว่าคนชายแดนเอง ยังรู้สึกเหมือนยังเดือดร้อนอยู่ และยังไม่จบ
ซึ่งบริเวณช่องสะงำเองต้องฝากเจ้าหน้าที่ว่า ขณะนี้เป็นอย่างไร แต่เรายังเห็นอยู่ว่ามีการรับคนกลับมา แสดงว่าถ้ามีการรับคนกลับมา มันมีคนไปเพิ่มหรือไม่? ต้องฝากทางเจ้าหน้าที่ความมั่นคงดูแล เรื่องของสแกมเมอร์เป็นเรื่องเดียวกันกับความตึงเครียดทางชายแดน เพราะเขามีเงินเอาไปทำฐานเสริมบังเกอร์ และซื้อยุทโธปกรณ์ ของเราเป็นเงินบริจาค แต่ของเขาเป็นเงินสแกมเมอร์ สุดท้ายมันก็จะเป็นคล้าย ๆ เดิม ปัญหาเหล่านี้ไม่จบ ถึงแม้จะเบาบางลงดีขึ้น แต่เขายังอยู่
นายวสวรรธน์ ยังเปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุด จากการลงพื้นที่ช่องสะงำว่า ทหารกัมพูชาเขาก็ยังอยู่ เพราะบอกว่าเป็นอธิปไตยของเขา เขาเห็นเราทำถนน เขาก็เติมความแข็งแกร่งของฐานเขา ไม่ได้หยุดตามข้อตกลงหยุดยิง ที่ให้ไว้เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 ของไทย มีแต่การทำถนนในพื้นที่อธิปไตยของประเทศไทย
"ในฐานะ สส. และในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ก็จะใช้กลไกเหล่านี้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวต่อไป” นายวสวรรธน์ กล่าว