นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ “สส.กังฟู” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว PPTV ว่า หลังได้รับรายงานความเคลื่อนไหวดังกล่าว ได้ส่ง สส. ในพื้นที่ลงไปตรวจสอบ โดยบริเวณนี้เป็นจุดที่ตนและทีมงานหลวงตาเยื้อน วัดเขาศาลาอตุโลฐานะสัจโจ เคยร่วมกันสร้างถนนเส้นทางหน้าแนว
จากการตรวจสอบพบว่า ภูมิประเทศบริเวณดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงจริง โดยฝั่งกัมพูชาขุดคูเลตเป็นแนวยาว พร้อมนำลวดหนามหีบเพลงแบบม้วนมาวางตลอดแนว
“ก็ขุดเป็นคูเลตเลยครับ ตามภาพ แล้วก็มีการวางรั้วลวดหนาม ลวดหนามหีบเพลงเป็นม้วนก็วางตลอด เราเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องจับตาดู และต้องทำเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรให้ฐานทหารของไทยเข้มแข็ง เพราะเราไม่สามารถหยุดเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับหน้าแนวได้” นายวสวรรธน์ กล่าว
นายวสวรรธน์ ระบุว่า เรื่องเขตแดนยังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแผนที่ โดยไทยยึดถือแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ขณะที่กัมพูชายึดถือแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ดังนั้น กองทัพจะต้องเป็นผู้ยืนยันและชี้แนวเขตให้ชัดเจน
ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยยังคงเสริมความมั่นคงบริเวณหน้าแนวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำบังเกอร์และแท่งคอนกรีต (Concrete Blockwork) ไปวางตามแนว รวมถึงการปรับปรุงเส้นทาง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความปลอดภัยให้กับกำลังพล
นอกจากนี้ นายวสวรรธน์ยังตั้งข้อสังเกตถึงความเคลื่อนไหวบริเวณช่องสะงำ ช่องพริก และช่องกระโดน โดยระบุว่า ฝั่งตรงข้ามยังคงมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งคาสิโนและพื้นที่ที่มีข้อมูลว่าอาจเกี่ยวข้องกับนิคมสแกมเมอร์ขนาดใหญ่
“ความเคลื่อนไหวหน้าแนวของเขมรมีอยู่ตลอด อย่างที่ทราบก็มีคาสิโน ซึ่งผมเคยเปิดประเด็นนี้ตั้งแต่สามเดือนที่แล้ว ทั้งบริเวณช่องสะงำ ช่องพริก ช่องกระโดน มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และบริเวณใกล้จุดนั้นก็มีข้อมูลว่าจะทำเป็นนิคมสแกมเมอร์ ซึ่งพื้นที่ค่อนข้างใหญ่” นายวสวรรธน์ กล่าว
นายวสวรรธน์ มองว่า การที่กัมพูชาเร่งเสริมความมั่นคงตลอดแนว ทำให้เกิดคำถามว่าเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ปะทะกับไทยอีกครั้งหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แนวเขตให้ชัดเจนเพื่อปกป้องอธิปไตย
พร้อมย้ำว่า หากฝ่ายตรงข้ามยังคงเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน ฝ่ายไทยก็ไม่ควรหยุดเสริมความแข็งแกร่งของพื้นที่หน้าแนว เพื่อความปลอดภัยและสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง