เลือกตั้ง 2569 : “กังฟู วสวรรธน์” ชี้ทำพรรคเล็กต้องลงพื้นที่จริง ไม่ทิ้งประชาชน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ไทรวมพลัง” คว้า 6 ที่นั่ง สส. “กังฟู วสวรรธน์” ชี้พรรคเล็กอยู่ได้ด้วยงานพื้นที่ ไม่ทอดทิ้งประชาชน

ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคไทรวมพลังสามารถคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้รวม 6 ที่นั่ง นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เผยกับ PPTV HD36 ถึงภาพรวมการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่า พรรคตั้งเป้าทำงานอย่างเต็มที่ในทุกเขตที่ส่งผู้สมัคร โดยช่วงการเลือกตั้ง สส. ทุกพรรคต่างลงพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เช่นเดียวกับพรรคไทรวมพลังที่ให้ความสำคัญกับการทำงานในพื้นที่จริง โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของพรรคและมีความผูกพันกับประชาชนมาอย่างยาวนาน

 

ไทรวมพลัง รายการเที่ยงทันข่าว
กวาด 6 ที่นั่ง สส. “กังฟู วสวรรธน์” ชี้พรรคเล็กลงพื้นที่จริง สำคัญกว่ากระแส

นายวสวรรธน์ ระบุว่า พรรคได้ส่งผู้สมัครลงเดินพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้บางเขตอาจยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ก็ถือเป็นเรื่องปกติ พร้อมขอบคุณทั้งผู้ที่เลือกพรรคไทรวมพลัง และผู้ที่ยังไม่ได้เลือก พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าทำงานต่อไป

เมื่อถามถึงเคล็ดลับของพรรคขนาดเล็กในการแข่งขันกับพรรคใหญ่ในพื้นที่ นายวสวรรธน์ กล่าวว่า พรรคไทรวมพลังเป็นพรรคเล็ก แต่เป็นพรรคที่ทำงานหน้างานจริงมาอย่างต่อเนื่อง ยึดหลักการสำคัญเพียงข้อเดียว คือ “ไม่ทอดทิ้งประชาชน” โดยเฉพาะในยามที่ชาวบ้านประสบความทุกข์ พรรคต้องลงพื้นที่ให้เห็นหน้าและให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง

หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวอีกว่า พรรคเน้นการเมืองแบบเข้าถึงตัว เมื่อเกิดปัญหาในพื้นที่ต้องเข้าไปดูแล ไม่ใช่เพียงช่วงหาเสียงเท่านั้น โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีพื้นที่กว้าง ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ติดกับ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว และกัมพูชา อีกทั้งยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง พรรคจึงต้องเข้าใจปัญหาเฉพาะพื้นที่ และคัดเลือกผู้สมัครที่ตั้งใจทำงานจริง ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพิ่งเริ่มทำงานในช่วงเลือกตั้ง

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า การเมืองต้องลงมือทำให้ประชาชนเห็นความจริงใจ เพราะการพูดอย่างเดียวไม่เพียงพอ ขณะที่คนทำงานจริงยังมีไม่มาก พรรคจึงต้องการสร้างโมเดลการทำงานในพื้นที่ โดยรวมกลุ่มพลังในระดับจังหวัด เช่น พลังสุราด พลังอุบล มารวมกันเป็นพรรคไทรวมพลัง และเตรียมขยายโมเดลนี้ไปยังจังหวัดอื่นในอนาคต เพื่อให้รู้ปัญหาในพื้นที่จริง มากกว่าการรับรู้ผ่านสื่อ

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า คะแนนเสียงบัญชีรายชื่อที่พรรคได้รับ เป็นผลจากการทำงานดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ตนเลือกลงพื้นที่ช่วยเหลือ ทั้งการทำบังเกอร์ พาชาวบ้านอพยพ และนำเงินเยียวยาไปช่วยเหลือ มากกว่าการออกสื่อ

นายวสวรรธน์ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า แม้สถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลายลง แต่ประชาชนในพื้นที่ยังคงเชื่อมั่นในพรรคไทรวมพลัง พร้อมยอมรับว่า การสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อตัวบุคคลและพรรคการเมืองเป็นเรื่องยากสำหรับพรรคเล็ก จำเป็นต้องใช้เวลา ไม่สามารถหวังผลจากกระแสหรือการโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยความน่าเชื่อถือจะเกิดขึ้นจากการลงมือทำจริง ซึ่งจะยั่งยืนกว่า

เมื่อถูกถามถึงการใช้เงินในการทำพื้นที่ นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองย่อมต้องใช้เงิน แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการทำงานต้องทำก่อนพูด และต้องเป็นการเมืองเชิงสร้างสรรค์ หากนโยบายใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทุกพรรคก็ควรร่วมมือกัน

“ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังว่ากระแสชายแดนจะทำให้คะแนนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เพราะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น คะแนนที่ได้จริงคือคะแนนจากประชาชนที่เห็นการทำงานหน้างาน กระแสบางครั้งมาแล้วก็ไป แต่ความจริงใจจะอยู่กับประชาชน” นายวสวรรธน์ กล่าว

นายวสวรรธน์ ยังยอมรับว่า การที่พรรคใหญ่ลงพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผู้สมัครครบทุกเขต ทำให้พรรคเล็กอย่างไทรวมพลังได้รับผลกระทบบ้าง เนื่องจากพรรคส่งผู้สมัครเพียง 6 เขตเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พรรคกำลังมองหาผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันเพื่อขยายงานในอนาคต

สำหรับทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง นายวสวรรธน์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีพรรคใดติดต่อให้ไปร่วมรัฐบาล โดยจะขอกลับไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ก่อน เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ส่วนพื้นที่สุราษฎร์ธานีมีปัญหาด้านเกษตร หากพรรคใดสามารถแก้ไขปัญหาและทำประโยชน์ให้ประชาชนได้จริง ตนก็พร้อมพิจารณาและถือเป็นเกียรติ 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ