พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนว่า กองทัพขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต่อแนวทางการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พลตรี วิทัย กล่าวว่า การดำเนินงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนในปัจจุบัน มิได้เลือกใช้เฉพาะรั้วถาวรหรือระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการพิจารณาใช้มาตรการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ข้อจำกัดทางภูมิประเทศ สถานะของแนวเขตแดน และภารกิจด้านความมั่นคงในแต่ละพื้นที่
สำหรับพื้นที่ที่มีการกำหนดแนวเขตแดน และปักปันเขตแดนแล้วอย่างชัดเจน ได้มีการดำเนินการก่อสร้างรั้วมั่นคงชายแดนควบคู่กับถนนตรวจการณ์ เพื่อสนับสนุนการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน ขณะที่ในบางพื้นที่ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการกำหนดแนวเขตแดน หรือมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ หน้าผาสูงชันและเงื่อนไขทางเทคนิค การใช้ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ กล้องตรวจการณ์และระบบตรวจจับต่าง ๆ เป็นมาตรการเสริมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนรั้วมั่นคงชายแดน กำลังพล หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการเครื่องมือ เทคโนโลยี และกำลังพลให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่และสถานการณ์
ทั้งนี้ การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน ยังคงอาศัยการบูรณาการระหว่างกำลังพล ถนนตรวจการณ์ รั้วมั่นคงชายแดน ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรการด้านความมั่นคงอื่น ๆ ร่วมกัน ภายใต้การกำกับดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
สำหรับโครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์ และรั้วมั่นคงชายแดนในพื้นที่ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเส้นทางลำเลียงวัสดุและเครื่องจักรกลจากฐานปฏิบัติการที่ 6 ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก เข้าสู่บริเวณหลักเขตแดนที่ 52 ระยะทาง 1.23 กิโลเมตร แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างถนนตรวจการณ์จากหลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตแดนที่ 59 ระยะทางรวม 8.38 กิโลเมตร
ในส่วนของรั้วมั่นคงชายแดนจากหลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตแดนที่ 54 ระยะทางรวม 1.31 กิโลเมตร เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลง ความสูงรวม 3.35 เมตร เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลง ออกแบบให้มีความมั่นคงแข็งแรง สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และภารกิจด้านความมั่นคง โดยปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้าในภาพรวมประมาณร้อยละ 45 และจะดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกรกฎาคม 2569
พลตรี วิทัย กล่าวว่า กองทัพตระหนักดีว่า ความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ และติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอขอบคุณในการนำเสนอข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดย "กองทัพไทยยินดีรับฟังข้อมูล และข้อคิดเห็นจากพี่น้องชาวไทยทุกท่าน และยืนยันว่าจะเสริมสร้างเข้มแข็งและความมั่นคง โดยยึดมั่นในผลประโยชน์ของราชอาณาจักรไทยเป็นสำคัญ"