บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ พร้อมดำเนินการปรับปรุงกระบวนการผลิต มาตรฐานคุณภาพ และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จนผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด และได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง ในส่วนของคุณภาพเหล็ก ที่ถูกเชื่อมโยงกับ ตึก สตง. ที่ถล่ม บริษัทซิน เคอ หยวนฯ ได้อ้างถึงผลการศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์จาก 4 สถาบันหลัก
ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่พบว่า เหตุถล่มของอาคาร สตง.เกี่ยวข้องกับการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงสร้างผนังรับแรงเฉือน (Shear Wall) บริเวณช่องลิฟต์และบันได มิได้ระบุว่าเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว
ส่วนผลการตรวจสอบ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมกับหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ได้ยืนยันว่าเหล็กเส้นที่ผลิตจากการทดลองเดินเครื่อง ของบริษัทผ่านเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว
สำหรับประเด็น เทคโนโลยีผลิตเหล็กการใช้เตาปรุง LF (Ladle Furnace) เรื่องนี้ พบว่า สังคมยังเข้าใจคลาดเคลื่อน การพิจารณามาตรฐานเหล็กตามกฎหมายไทย ต้องอาศัยผลการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ไม่ใช่พิจารณาจากชนิดของเตาหลอม หรืออุปกรณ์การผลิตเพียงอย่างเดียว
ที่สำคัญ ปัจจุบันกฎหมายและมาตรฐานที่ใช้บังคับไม่ได้กำหนดให้โรงงานที่ใช้เทคโนโลยีเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) ทุกแห่งต้องมีเตาปรุง LF (Ladle Furnace) เป็นเงื่อนไขในการดำเนินกิจการ
ทั้งนี้ เทคโนโลยี IF เป็นเทคโนโลยีการผลิตเหล็ก ที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกมาเป็นเวลานาน ไม่เพียงใช้ในการผลิตเหล็กก่อสร้าง แต่ยังถูกนำไปใช้ในการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม เหล็กอัลลอย เหล็กเครื่องมือ เหล็กลูกปืน และเหล็กพิเศษอีกหลายประเภท รวมถึงสามารถผลิตเหล็กสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์เหล็กมูลค่าสูงได้ เมื่อมีการควบคุมคุณภาพ และกระบวนการผลิตที่เหมาะสม
โดยจุดเด่นของเทคโนโลยี IF คือ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความยืดหยุ่นในการผลิต การลงทุนด้านเครื่องจักรที่เหมาะสม และการส่งเสริมการนำเศษเหล็กกลับมาใช้ประโยชน์ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมเหล็กระดับสากล
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในอนาคต บริษัทฯ ระบุว่า การกลับมาเปิดดำเนินการครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการฟื้นฟูกิจการของบริษัท แต่ยังเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กภายในประเทศ ในช่วงที่ราคาเหล็กมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทยืนยันว่าจะผลิตและจำหน่ายเหล็กที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก. ในราคาที่เหมาะสม
ท้ายที่สุด การปกป้องความปลอดภัยของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่การปกป้องความเป็นธรรมให้แก่เอกชนที่ถูกกล่าวหา ก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเห็นว่าการพิจารณาข้อเท็จจริงควรตั้งอยู่บนกฎหมาย มาตรฐาน และพยานหลักฐาน
หากมีหลักฐานใหม่ ควรนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย แต่หากไม่มีหลักฐานใหม่ ก็ไม่ควรทำให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐแล้ว ได้รับความเสียหายโดยไม่เป็นธรรม ขอให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐด้วย