Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

"อุทัย ชายฮู้ดน้ำเงิน" ขอโทษ มินาและครอบครัวแอร์โฮสเตส

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"อุทัย ชายฮู้ดน้ำเงิน" ขอโทษ มินาและครอบครัวแอร์โฮสเตส สารภาพทำเพราะฐานะทางบ้านไม่ดี ได้ครั้งละ 60,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายอุทัย หรือ “ชายฮู้ดน้ำเงิน” ซึ่งเป็นชาวม้ง คนถือกล่องพัสดุส่งให้นางสาวมินา แอร์โฮสเตสสาวไทย และนายอติราช  เจ้าของรถโตโยต้าสีดำเทา ทำบันทึกจับกุมเพิ่มเติมที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล และได้แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

เฮโรอีน สตริงเกอร์ กทม.
"อุทัย ชายฮู้ดน้ำเงิน" ขอโทษมินา และครอบครัวแอร์โฮสเตส สารภาพทำเพราะฐานะทางบ้านไม่ดี

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่คุมตัว นายอุทัย บอกว่า ตนเองไม่รู้จักกับแอร์โฮสเตสคนดังกล่าว แต่อยากขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไปกับครอบครัวของแอร์โฮสเตสคนนี้ และตนเองเพิ่งทำได้ 3 ครั้ง เพราะฐานะทางบ้านไม่ดี ได้รับค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท โดยใช้วิธีการติดต่อผ่านไลน์

ด้านพลตำรวจตรีธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดว่าขณะนี้ตำรวจ สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีได้เพิ่มเติมอีก 1 คน เป็นเพื่อนของนายอุทัย ที่ทำหน้าที่นำกระเป๋าลายช้างซุกซ่อนเฮโรอีนที่ถูกตีกลับจากซอยเสือใหญ่ไปทิ้ง โดยหลังจากนายอุทัยขี่รถจักรยานยนต์ไปเอากลับมาก็นำไปฝากไว้ที่เพื่อนคนนี้ พอมีข่าวคดีนางสาวมินา เพื่อนของนายอุทัยได้นำกระเป๋าซุกซ่อนเฮโรอีนไปโยนทิ้ง ด้วยการซ่อนไว้ในถุงดำเพื่อทำลายหลักฐาน ริมถนนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้งหมด

และจากการสอบปากคำเพิ่มเติม นายอุทัย ยังอ้างว่า ได้รับกระเป๋าลายช้างบรรจุเฮโรอีนมาจาก อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยรับค่าจ้างเป็นเงินครั้งละ 60,000 บาท และนำมาพักไว้เพื่อบรรจุในกล่องที่หอพักใน จ.พระนครศรีอยุธยา

หลังจากนั้นได้จ้างนายอติราช หรือ นายเป้ คนขับรถเก๋งสีดำเทา จาก จ.พระนครศรีอยุธยา ไปส่งพัสดุที่คอนโดฯ ย่านบางนา โดยมีค่าจ้าง 1,600 บาท สอดคล้องกับคำให้การของนายเป้ก่อนหน้านี้ว่าได้รับค่าจ้างขับรถ 1,600 บาท แม้นายอุทัย จะจ้างนายเป้ขับรถไปส่งพัสดุทั้ง 3 ครั้ง แต่อ้างว่า 2 ครั้งแรกจำไม่ได้ว่าจ่ายค่าจ้างเท่าไหร่

เฮโรอีน สตริงเกอร์ กทม.
ตร.คุมตัว “อุทัย” ทำบันทึกจับกุมก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บช.ปส.

นอกจากนี้ นายอุทัย ให้การอ้างว่า เพื่อนเคยเรียกใช้บริการนายอติราช จึงได้แนะนำ นายอุทัยจึงขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ แต่จำไม่ได้ว่าเพื่อนเคยเรียกใช้บริการนายอติราชเรื่องอะไร

ส่วนการไปรับกระเป๋าซุกซ่อนเฮโรอีนที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา นายอุทัยอ้างว่า รู้จักกันครั้งแรกและแลกไลน์เพื่อการติดต่อกัน โดยพูดคุยกันผ่านไลน์ชื่อ ”รินริน“ และนัดเจอเพื่อรับของ แต่นายอุทัยไม่รู้ว่าคนที่พูดคุยผ่านไลน์ด้วยเป็นคนเดียวกับที่ไปเจอตอนรับของที่ อ.เชียงคำ หรือไม่ และทั้ง 3 ครั้ง ที่นายอุทัยไปรับของจะพูดคุยกับคนที่ใช้ชื่อไลน์ว่า “รินริน” ทั้ง 3 ครั้ง ทำให้ตำรวจต้องขยายผลประเด็นนี้ต่อ

ส่วนไลน์ที่ชื่อ “รินริน” จะเป็นคนสั่งให้ไปส่งของที่คอนโดฯ นางสาวมินาหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขอสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมก่อน

 

โดยหากย้อนไทม์ไลน์ วันที่ 4 ก.ค.2569

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมกำลังตำรวจนครบาล บช.ปส. และกองพิสูจน์หลักฐาน ได้คุมตัวชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน ทราบชื่อต่อมาคือ นายอุทัย ผู้รับนำพัสดุไปส่งให้แอร์โฮสเตสสาวที่ถูกจับในออสเตรเลีย กลับไปชี้จุดกบดานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมตรวจยึดหลักฐานสำคัญ และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันพบคราบเฮโรอีนตกค้าง 

ซึ่งจากการตรวจค้นพบผ้าลายช้าง 8 ผืน เศษผ้าที่ถูกตัดแต่งจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บผงสีขาวที่ติดอยู่เพื่อตรวจพิสูจน์ นอกจากนี้ยังพบเงินสด โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า กระเป๋าสะพาย และของใช้ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมส่งตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะการตรวจลายนิ้วมือแฝง

จากนั้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะใช้เครื่อง FTIR ตรวจผงสีขาวที่เก็บได้จากเศษผ้าลายช้าง ผลยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน

โดย นายอุทัย ยอมรับว่า กองเศษผ้านั้นเคยใช้บรรจุยาเสพติดจริง

และรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปรับกระเป๋าที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยรับกระเป๋าลายช้าง 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และลายช้าง 2 ตัว จำนวน 6 ใบ  ซึ่งภายในบรรจุเฮโรอีนมาแล้ว ก่อนนำมาพักเก็บไว้ในห้องพัก และภายหลังทราบข่าวแอร์โฮสเตสถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงนำเฮโรอีนที่เหลือทิ้งลงชักโครก และนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งตามจุดต่างๆ เพื่อทำลายหลักฐาน ส่วนของกลางที่ตรวจพบในวันนี้เป็นวัสดุที่ถูกตีกลับมาจากซอยเสือใหญ่

สำหรับผู้ว่าจ้าง ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลชาวไทยผ่านกลุ่มไลน์ แต่จำชื่อจริงไม่ได้ โดยใช้ชื่อบัญชีในลักษณะชื่อโค้ด เช่น “รินริน” ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและขยายผลต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ