พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศว่า ทำให้เห็นศักยภาพของกองทัพอากาศอย่างชัดเจน ทั้งด้านกำลังพล การฝึก การใช้เทคโนโลยี และการปฏิบัติภารกิจจริง จึงเชื่อมั่นว่า หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นในอนาคต ทุกเหล่าทัพ รวมถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จะบูรณาการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย้ำว่า “สองภารกิจที่ผ่านมา ตอบคำถามได้แล้วว่าประเทศไทยมีทหารไว้ทำไม”
เมื่อถูกถามถึงความพร้อมของยุทโธปกรณ์ และแผนจัดซื้อ พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนกองทัพอากาศเต็มที่ โดยย้ำหลักการจัดซื้อ 3 ข้อ ได้แก่ ต้องตรงกับความต้องการของกองทัพอากาศ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้น
พล.ท.อดุลย์ ยังชื่นชมกองทัพอากาศว่า ไม่ได้มีศักยภาพเฉพาะการฝึกหรือการแสดงเท่านั้น แต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถปฏิบัติภารกิจจริงได้อย่างเป็นมืออาชีพ ด้วยการผสานกำลังพลคุณภาพเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพอย่างต่อเนื่อง
อีกเรื่องที่สื่อสอบถาม พล.ท.อดุลย์ คือ กรณีมีกระแสข่าวเตรียมฟ้อง นายเอกราช อุดมอำนวย สส.พรรคประชาชน อภิปรายถึงรัฐมนตรีปีศาจ ในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 70 ว่า เป็นเรื่องของเด็กๆ ที่ไม่มีวุฒิภาวะ ก็ไม่ได้สนใจอะไร ซึ่งการกล่าวหาเข้าใจว่าเป็นเทรนด์ของภาพยนตร์ และไปผูกโยงกับการจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือ โดยคิดว่าตนจะเปลี่ยนทีโออาร์ แต่ข้อเท็จจริงการจัดซื้อเรือฟริเกต พิจารณาถึงความต้องการของกองทัพเรือด้วย ไม่ใช่เฉพาะทีโออาร์อย่างเดียว
ก่อนที่จะทิ้งท้ายว่า "ถ้าเราได้เรือมา 1 ลำ แล้วไม่สามารถปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพหรือเรือรบเดิม รวมถึงการฝึกอื่นๆ ได้ บอกตรงๆ ว่า ผมไม่ได้ชั่วขนาดนั้น"