เปิดประวัติ “พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” จากแม่ทัพภาคที่ 2 สู่เก้าอี้ รมว.กลาโหม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เส้นทางนายทหารภาคสนาม “พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” ไต่ระดับสู่ รมว.กลาโหม พร้อมประสบการณ์แนวหน้าและภารกิจความมั่นคงรอบด้าน

ภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยหนึ่งในรายชื่อที่ถูกจับตามอง คือ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ “บิ๊กดุลย์” ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

พลโท อดุลย์ ถือเป็นนายทหารสายอีสานใต้ เติบโตจากครอบครัวทหารโดยกำเนิด เกิดในค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี มีพี่น้องรวม 3 คน และล้วนรับราชการทหารทั้งหมด 

 

แม่ทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 2
เปิดประวัติ “พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” หรือ “บิ๊กดุลย์” จากแม่ทัพภาคที่ 2 สู่เก้าอี้ รมว.กลาโหม

ในด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 รุ่นเดียวกับนายทหารระดับสูงหลายราย อาทิ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ “บิ๊กปู”, พลโท บุญสิน พาดกลาง หรือ “บิ๊กกุ้ง” และ พลโท วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ หรือ “บิ๊กเติ่ง” แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน ก่อนศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37

นอกจากนี้ ยังผ่านหลักสูตรสำคัญอย่างวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 รุ่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล และสำเร็จหลักสูตร MPPM รุ่นที่ 9 จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

เส้นทางรับราชการของ พลโท อดุลย์ เติบโตจากสายงานภาคสนาม โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยทหารราบ 2341 ในพื้นที่ช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ก่อนขยับขึ้นเป็นผู้บังคับกองร้อยทหารราบ 2342 ในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

ในช่วงปี 2550–2551 ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 ดูแลพื้นที่อำเภอหนองจิก อำเภอโคกโพธิ์ และอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี

ต่อมาในช่วงปี 2551–2552 ซึ่งเป็นห้วงสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลังสุรนารี ในตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 234 พื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร ก่อนจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์

ด้วยประสบการณ์ภาคสนามและงานด้านความมั่นคง ทำให้ในปี พ.ศ. 2566 ได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ก่อนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2567

ภายหลังเกษียณ ยังมีบทบาทในภารกิจภาครัฐ โดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานรับ-ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ซึ่งตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2568 มีรายงานว่าชื่อของ พลโท อดุลย์ ปรากฏในบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรี โดยได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมดูแลสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568

ล่าสุด ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน 2” พลโท อดุลย์ ได้รับความไว้วางใจให้ขยับขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นับเป็นอีกก้าวสำคัญจากนายทหารภาคสนาม สู่ผู้กำหนดนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศ  

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ