“ยศชนัน” ดีใจนั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว. อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ยศชนัน” ดีใจนั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.อว. เตรียมลุยแก้วิกฤตน้ำมัน ดันไบโอดีเซล–โซลาร์เซลล์ ปรับเครื่องยนต์สู่พลังงานทดแทน

ที่อาคารรัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยระบุว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณต่อความไว้วางใจที่ได้รับจากทุกฝ่าย พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เนื่องจากทุกตำแหน่งล้วนมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่สำคัญ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายมิติ

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ช่างภาพพีพีทีวี
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ในฐานะผู้กำกับดูแลด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายยศชนัน ระบุว่า ขณะนี้ได้มีการหารือและเตรียมแนวทางดำเนินงานในหลายประเด็นสำคัญแล้ว โดยเฉพาะการรับมือกับวิกฤตพลังงาน ซึ่งเป็นปัญหาระดับประเทศ ทั้งการผลักดันพลังงานทดแทน อาทิ ไบโอดีเซล รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่สามารถใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อทดแทนการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงในระยะยาว โดยย้ำว่าขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน เพื่อให้สามารถนำไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือที่ยังคงเผชิญปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับสถาบันการศึกษา ได้เร่งให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันตนเอง การใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในสภาวะฝุ่น รวมถึงการส่งเสริมการใช้หน้ากากป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เช่น หน้ากาก N95

รวมถึงยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสถานการณ์ไฟป่า การใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อเฝ้าระวังและวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยในส่วนของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้มีการดำเนินงานด้านวิจัยและให้ความรู้แก่สังคมในประเด็นเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

นายยศชนัน ย้ำว่า ทุกบทบาทหน้าที่ล้วนมาพร้อมกับความท้าทายและความคาดหวังจากประชาชน จึงจะมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ในส่วนของแผนการทำงานของพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลมิติด้านสังคมเป็นหลัก นายยศชนัน เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินงานจะครอบคลุมตั้งแต่การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ไปจนถึงการยกระดับด้านการศึกษา การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการดูแลแรงงาน และการรองรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญของโครงสร้างประชากรไทยในปัจจุบัน

นายยศชนัน ระบุว่า แผนงานดังกล่าวได้มีการเตรียมการล่วงหน้าไว้พอสมควรแล้ว และขณะนี้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วง 1 เดือนแรก จะมุ่งเน้นมาตรการเร่งด่วนที่จำเป็นต้องดำเนินการทันที ควบคู่กับการกำหนดกรอบแผนงานระยะต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ ทั้งในระยะสั้น ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ระยะกลาง 2 ปี และระยะยาว 4 ปี ว่าแต่ละช่วงจะมีเป้าหมายและผลลัพธ์อย่างไร

ส่วนความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง โดยมองว่าการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร นายยศชนัน ยอมรับว่าปัจจุบันยังมีช่องว่างระหว่างพรรคการเมืองอยู่บ้าง แต่ยืนยันว่าการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนจะต้องไม่ถูกจำกัดด้วยความแตกต่างทางการเมือง ทั้งนี้ กลไกของรัฐสภาจะยังคงดำเนินไปตามกระบวนการ ขณะที่ในส่วนของฝ่ายบริหารจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิด  เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ส่วนนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จะผลักดันภายหลังเข้ารับตำแหน่ง นายยศชนัน เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้วางกรอบสำคัญไว้ประมาณ 2–3 ด้านหลัก โดยเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพประเทศในระยะยาว

ประเด็นแรก คือ การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการอุดมศึกษา ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงสร้างระบบการศึกษาโดยรวม โดยจะมีการพิจารณาปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า กำลังแรงงานของไทยมีทักษะเพียงพอหรือไม่ ในการรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เนื่องจากในปัจจุบันหลายประเทศมองประเทศไทยเป็นจุดหมายสำคัญในการลงทุน ดังนั้น การพัฒนาทักษะของคนไทยให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานโลกจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

ประเด็นที่สอง คือ การวางโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวของประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านในอนาคต โดยย้ำว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีการลงทุนในด้านนี้อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวไม่สามารถทำได้โดยกระทรวงใด กระทรวงหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านนโยบายและงบประมาณของกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ยังเน้นการทำงานแบบบูรณาการในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน โดยมองว่าเศรษฐกิจปากท้องไม่ได้แยกขาดจากระบบการศึกษา แต่เป็นเรื่องเดียวกันกับการพัฒนาคน การยกระดับทักษะ และการสร้างโอกาสในสังคม ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ