พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทั้ง พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และ พลโท นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุ บุกโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ ด้วยอาวุธปืนและ ไปป์บอมบ์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 45 ได้รายงานความคืบหน้าการสืบสวน การรวบรวมพยานหลักฐาน และแผนการปรับปรุงมาตรการดูแลความปลอดภัย จากนั้น รมว.กลาโหม ได้เดินทางไปตรวจจุดเกิดเหตุจริง ที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เพื่อประเมินสถานการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
พลโท อดุลย์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่เพื่อสำรวจความพร้อม ความต้องการ และสิ่งที่หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ยังขาดเหลือ โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหาร สามารถเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ว่าจะจับกุมในสภาพที่มีชีวิตหรือไม่ก็ตาม
หลังจากตรวจจุดเกิดเหตุ รมว.กลาโหม ได้เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลระแงะ เพื่อเข้าเยี่ยมอาการของ เด็กชาย อายุ 10 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยล่าสุดแพทย์ระบุว่าอาการปลอดภัย สภาพจิตใจดีขึ้นและมีแววตาเข้มแข็ง โดยมีครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่ง รมว.กลาโหม ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลเยียวยาทั้งผู้สูญเสีย และผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง
ด้าน พลโท นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงขวัญกำลังใจของกำลังพลว่า ทุกนายยังมีขวัญกำลังใจดี พร้อมระบุว่าการกระทำของคนร้ายเป็นการวางแผนมาอย่างดี ซึ่งยอมรับไม่ได้ สำหรับเรื่องสวัสดิการของผู้สูญเสียและครอบครัว กองทัพพร้อมเร่งรัดดูแลการชดเชย และสิทธิบรรจุเข้ารับราชการของบุตรหลานอย่างเต็มที่
แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำอีกว่า การใช้มาตรการทางกฎหมายในพื้นที่กวาดล้างจะเป็นไปอย่างตรงจุด ไม่กระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชนและเยาวชนทั่วไป พร้อมฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า "ถ้าไม่มอบตัว ก็ต้องใช้ทุกวิถีทางตามกฎหมายดำเนินการจนถึงที่สุด ผู้ก่อเหตุต้องรับผลของการกระทำ"
ขณะที่ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ได้ร่วมประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานในจุดดังกล่าว มีความสนิทสนมและดูแลประชาชนในพื้นที่เหมือนครอบครัว การทำลายความสงบสุขของชาวบ้านเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ พร้อมขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือมีเบาะแส ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อร่วมกันพาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด