รฟม. แจงปมน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า ยันไม่กระทบถนน-อาคารข้างเคียง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รฟม. แจงปมน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ยืนยันไม่กระทบความแข็งแรงของอุโมงค์ เร่งหยุดการรั่วซึม เผยคุมปริมาณน้ำได้แล้ว ไม่กระทบถนน-อาคารข้างเคียง

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงกรณีน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์น้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์รถไฟฟ้า บ่อรับน้ำใต้อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน (Sump Pit) ที่ความลึกประมาณ 30 เมตรจากผิวถนน บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ในพื้นที่งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ - ดาวคะนอง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นั้น

รั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ สตริงเกอร์ กทม.
รั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้

รฟม. ชี้แจงว่า จากกรณีดังกล่าวสันนิษฐานเบื้องต้นว่า น้ำรั่วซึมจากบริเวณรอยต่อของบ่อรับน้ำใต้อุโมงค์ (Sump pit) ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อความแข็งแรงของอุโมงค์แต่อย่างใด

โดยผู้รับจ้างก่อสร้างสัญญาที่ 4 อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) เพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำ ควบคู่กับการควบคุมปริมาณน้ำที่รั่วซึมบริเวณดังกล่าวตามหลักวิศวกรรมอย่างใกล้ชิด ซึ่งในขณะนี้สามารถควบคุมปริมาณการรั่วซึมของน้ำได้ จึงไม่มีผลกระทบต่อการทรุดตัวของถนนและอาคารข้างเคียง

ในการนี้ รฟม. ได้กำชับให้ที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง PMCSC2 และผู้รับจ้างสัญญาที่ 4 ตรวจสอบและเฝ้าระวังความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 23.00 น. ของคืนวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นติดตามสถานการณ์

โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ รฟม. เพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาคารข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การสนับสนุน

รฟม. มั่นใจแก้น้ำรั่วอุโมงค์ใน 1 สัปดาห์ ยันพื้นที่โดยรอบยังนิ่ง ไร้ทรุดตัวเพิ่ม

นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เปิดเผยถึงกรณีน้ำรั่วบริเวณอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้า ว่า จากการสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากรอยรั่วบริเวณบ่อซัมป์ (บ่อรวมน้ำ) ของโครงการ ซึ่งได้เร่งแก้ไขทันที โดยขณะนี้เน้นป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติม พร้อมเดินหน้าสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอัตราการสูบน้ำสามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าได้ โดยจากเมื่อคืนมีน้ำไหลเข้าประมาณ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ล่าสุดช่วงเช้าลดลงเหลือ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นทิศทางที่ดีขึ้น

นายมนตรี ระบุต่อว่า เบื้องต้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่สาเหตุเดียวกับกรณีที่เกิดขึ้นบริเวณสามเสน แต่เป็นความบกพร่อง (Defect) ของงานก่อสร้าง  ซึ่ง รฟม. ได้กำชับผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ส่วนความกังวลของประชาชนหากเกิดฝนตกหนัก รฟม. ได้สั่งเพิ่มจุดสูบน้ำใต้ดิน หรือ  ระบบ Dewatering โดยจะเจาะบ่อบาดาลน้ำลึก (Deep Well) ลึกประมาณ 50 เมตร เพื่อดึงน้ำใต้ดินออก ลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่บ่อซัมป์ ควบคู่กับการอัดฉีดปูนเกราท์ เพื่อปิดกั้นการรั่วซึม ซึ่งการเกราท์รอบบ่อดำเนินการแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง Curtain Wall หรือกำแพงกันน้ำใต้ดินตามแนวอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำใต้ดินรั่วไหลไปยังจุดอื่นและลดผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ

ประธานบอร์ด รฟม. ยืนยันว่า จากการตรวจสอบล่าสุดยังไม่พบการทรุดตัวหรือการเอียงตัวของโครงสร้างเพิ่มเติม รวมถึงไม่พบรอยร้าวใหม่ โดยเฉพาะสะพานลอยที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุยังอยู่ในสภาพปกติ พร้อมประสานสำนักงานเขตส่งวิศวกรโยธาเข้าตรวจสอบอาคารโดยรอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

ส่วนกรณีประชาชนพบรอยร้าวตามอาคารและผิวถนน นายมนตรี ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารอยร้าวบางส่วนเป็นรอยเดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้สั่งการให้ผู้รับจ้างตรวจสอบอาคารทุกหลังโดยรอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่โยธาของสำนักงานเขต

สำหรับแผนการแก้ไข ระบบสูบน้ำใต้ดินจะเริ่มดำเนินการภายในวันนี้และสามารถสูบน้ำได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.69) ขณะที่การทำ Curtain Wall คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในประมาณ 1 สัปดาห์ โดยย้ำว่าขณะนี้พื้นที่โดยรอบยังอยู่ในสภาวะนิ่ง ไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติม

นายมนตรี ยังระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าสายนี้มีกำหนดแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2570 และยืนยันว่าโดยภาพรวมสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากมีการแก้ไขปัญหาทันที พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อให้การก่อสร้างมีความปลอดภัยสูงสุดและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ