ถอดรหัสไฟไหม้รุนแรง! 3 ปรากฏการณ์ สัญญาณควัน และก๊าซสะสมก่อนปะทุฉับพลัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดกลไก 3 ปรากฏการณ์อันตรายจากไฟไหม้ “Backdraft-Flashover-Jet Fire” ตั้งแต่การสะสมก๊าซ การลุกไหม้เต็มพื้นที่ ไปจนถึงเปลวไฟแรงดันสูง พร้อมสัญญาณเตือน

ไฟไหม้ไม่ได้อันตรายเพียงแค่เปลวเพลิงที่มองเห็น แต่ยังมีปรากฏการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสร้างความเสียเสี้ยววินาที โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดหรือบริเวณที่มีเชื้อเพลิงสะสม ทั้ง Backdraft การปะทุจากออกซิเจนที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ขาดอากาศ, Flashover การลุกไหม้พร้อมกันทั่วทั้งห้อง และ Jet Fire เปลวไฟแรงดันสูงจากเชื้อเพลิงรั่วไหล ล้วนเป็นภัยที่ต้องรู้เท่าทัน พร้อมสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อเพิ่มโอกาสเอาตัวรอดจากเหตุเพลิงไหม้

 

3 ปรากฏการณ์ไฟไหม้ Fire & Rescue Thailand
3 ปรากฏการณ์ไฟไหม้

ปรากฏการณ์ Backdraft

การระเบิดที่เกิดจากอากาศภายนอกไหลเข้าสู่บริเวณที่มีไฟหรือควันที่ยังไม่ติดไฟ หรือไฟกำลังใกล้ดับ โดยบางครั้งเรียกว่า Smoke Explosion เป็นปรากฏการณ์ที่ควันและก๊าซเชื้อเพลิงเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง

สาเหตุเกิดจากไฟไหม้ในพื้นที่จำกัด เช่น ห้องหรืออาคารปิด ทำให้ออกซิเจนภายในลดลงจนไม่เพียงพอต่อการเผาไหม้ ส่งผลให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และมีก๊าซเชื้อเพลิงสะสม ขณะที่ภายในยังมีความร้อนสูง เมื่อมีการเปิดประตู หน้าต่าง หรือมีช่องให้อากาศจากภายนอกไหลเข้า จะทำให้องค์ประกอบของการเกิดไฟกลับมาครบถ้วน เกิดการจุดติดอย่างฉับพลันและรุนแรง ลักษณะคล้ายการระเบิด

ลำดับการเกิด Backdraft

  • ห้องปิด ออกซิเจน (O₂) ลดลง
  • การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
  • ก๊าซเชื้อเพลิงสะสม
  • เปิดประตู/หน้าต่าง อากาศภายนอกไหลเข้า
  • ออกซิเจนเพิ่มขึ้น และ เกิดการเผาไหม้อย่างรุนแรง

สัญญาณเตือน Backdraft

  • ควันสีเข้ม หนาแน่น ไหลออกเป็นจังหวะ
  • ควันถูกดันออกตามรอยแยกของประตูหรือหน้าต่าง
  • กระจกมีคราบเขม่า
  • มีเปลวไฟเพียงเล็กน้อยหรือมองไม่เห็นเปลวไฟ
  • อาจเห็นอากาศถูกดูดเข้าไปตามช่องเปิด

ปัจจัยสำคัญของ Backdraft ไม่ใช่เพียงความร้อน แต่คือการเปลี่ยนแปลงของส่วนผสมระหว่างก๊าซเชื้อเพลิงกับออกซิเจน จนเข้าสู่ช่วงที่สามารถติดไฟได้

ปรากฏการณ์ Flashover

Flashover (แฟลชโอเวอร์) คือ การเปลี่ยนแปลงของการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอาคารหรือพื้นที่ปิด เมื่อไอเชื้อเพลิงภายในห้องเกิดการจุดติดพร้อมกัน ส่งผลให้เปลวไฟลุกท่วมทั่วทั้งพื้นที่ในเวลาอันสั้น

กระบวนการเริ่มจากควันและความร้อนสะสมบริเวณใต้เพดาน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความร้อนจะแผ่รังสีลงสู่ด้านล่าง ทำให้วัสดุต่าง ๆ ภายในห้องเกิดการคายไอเชื้อเพลิง จนถึงระดับ อุณหภูมิจุดติดไฟได้เอง (Ignition Temperature) จากนั้นไอเชื้อเพลิงจะเกิดการลุกไหม้พร้อมกันทั่วทั้งห้อง

ลำดับการเกิด Flashover

  • ไฟเริ่มต้น
  • ความร้อนเพิ่มสูงขึ้น
  • ชั้นควันร้อนสะสมบริเวณด้านบน
  • ความร้อนแผ่รังสีลงด้านล่าง
  • วัสดุภายในห้องคายไอเชื้อเพลิง
  • เกิดการติดไฟพร้อมกันทั่วทั้งพื้นที่

สัญญาณเตือน Flashover

  • อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ชั้นควันลดต่ำลง
  • เกิดปรากฏการณ์ Rollover/Flameover บริเวณชั้นควัน
  • ความร้อนรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดย แฟลชโอเวอร์ คือการเปลี่ยนจาก ไฟไหม้เฉพาะจุดไปสู่เพลิงไหม้เต็มพื้นที่

ปรากฏการณ์ Jet Fire

Jet Fire (เจ็ตไฟร์) คือ ที่เชื้อเพลิงซึ่งอยู่ภายใต้แรงดันสูงเกิดการรั่วไหลออกมา เมื่อเชื้อเพลิงผสมกับอากาศและพบแหล่งจุดติด จะเกิดเปลวไฟพุ่งออกมาเป็นลำด้วยความเร็วสูง

ลำดับการเกิด Jet Fire

  • ถังหรือท่อแรงดันเกิดการรั่ว
  • เชื้อเพลิงพุ่งออกมา
  • ผสมกับอากาศ
  • พบแหล่งจุดติด
  • เกิดเปลวไฟพุ่งเป็นลำ

ตัวอย่างเชื้อเพลิงที่สามารถเกิด Jet Fire ได้แก่ LPG, ไฮโดรเจน (Hydrogen) และก๊าซไฮโดรคาร์บอนในระบบอุตสาหกรรม

ความรุนแรงของ Jet Fire ขึ้นอยู่กับ

  • แรงดันภายในระบบ
  • ขนาดของรูรั่ว
  • ชนิดของเชื้อเพลิง
  • ทิศทางการพุ่งของเปลวไฟ

อันตรายหลักของ Jet Fire คือการแผ่รังสีความร้อนสูง และเปลวไฟที่อาจพุ่งกระทบถังเก็บเชื้อเพลิงหรือโครงสร้างข้างเคียง ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : Fire & Rescue Thailand และ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ