ไฟไหม้ไม่ได้อันตรายเพียงแค่เปลวเพลิงที่มองเห็น แต่ยังมีปรากฏการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสร้างความเสียเสี้ยววินาที โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดหรือบริเวณที่มีเชื้อเพลิงสะสม ทั้ง Backdraft การปะทุจากออกซิเจนที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ขาดอากาศ, Flashover การลุกไหม้พร้อมกันทั่วทั้งห้อง และ Jet Fire เปลวไฟแรงดันสูงจากเชื้อเพลิงรั่วไหล ล้วนเป็นภัยที่ต้องรู้เท่าทัน พร้อมสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อเพิ่มโอกาสเอาตัวรอดจากเหตุเพลิงไหม้
ปรากฏการณ์ Backdraft
การระเบิดที่เกิดจากอากาศภายนอกไหลเข้าสู่บริเวณที่มีไฟหรือควันที่ยังไม่ติดไฟ หรือไฟกำลังใกล้ดับ โดยบางครั้งเรียกว่า Smoke Explosion เป็นปรากฏการณ์ที่ควันและก๊าซเชื้อเพลิงเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง
สาเหตุเกิดจากไฟไหม้ในพื้นที่จำกัด เช่น ห้องหรืออาคารปิด ทำให้ออกซิเจนภายในลดลงจนไม่เพียงพอต่อการเผาไหม้ ส่งผลให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และมีก๊าซเชื้อเพลิงสะสม ขณะที่ภายในยังมีความร้อนสูง เมื่อมีการเปิดประตู หน้าต่าง หรือมีช่องให้อากาศจากภายนอกไหลเข้า จะทำให้องค์ประกอบของการเกิดไฟกลับมาครบถ้วน เกิดการจุดติดอย่างฉับพลันและรุนแรง ลักษณะคล้ายการระเบิด
ลำดับการเกิด Backdraft
- ห้องปิด ออกซิเจน (O₂) ลดลง
- การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
- ก๊าซเชื้อเพลิงสะสม
- เปิดประตู/หน้าต่าง อากาศภายนอกไหลเข้า
- ออกซิเจนเพิ่มขึ้น และ เกิดการเผาไหม้อย่างรุนแรง
สัญญาณเตือน Backdraft
- ควันสีเข้ม หนาแน่น ไหลออกเป็นจังหวะ
- ควันถูกดันออกตามรอยแยกของประตูหรือหน้าต่าง
- กระจกมีคราบเขม่า
- มีเปลวไฟเพียงเล็กน้อยหรือมองไม่เห็นเปลวไฟ
- อาจเห็นอากาศถูกดูดเข้าไปตามช่องเปิด
ปัจจัยสำคัญของ Backdraft ไม่ใช่เพียงความร้อน แต่คือการเปลี่ยนแปลงของส่วนผสมระหว่างก๊าซเชื้อเพลิงกับออกซิเจน จนเข้าสู่ช่วงที่สามารถติดไฟได้
ปรากฏการณ์ Flashover
Flashover (แฟลชโอเวอร์) คือ การเปลี่ยนแปลงของการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอาคารหรือพื้นที่ปิด เมื่อไอเชื้อเพลิงภายในห้องเกิดการจุดติดพร้อมกัน ส่งผลให้เปลวไฟลุกท่วมทั่วทั้งพื้นที่ในเวลาอันสั้น
กระบวนการเริ่มจากควันและความร้อนสะสมบริเวณใต้เพดาน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความร้อนจะแผ่รังสีลงสู่ด้านล่าง ทำให้วัสดุต่าง ๆ ภายในห้องเกิดการคายไอเชื้อเพลิง จนถึงระดับ อุณหภูมิจุดติดไฟได้เอง (Ignition Temperature) จากนั้นไอเชื้อเพลิงจะเกิดการลุกไหม้พร้อมกันทั่วทั้งห้อง
ลำดับการเกิด Flashover
- ไฟเริ่มต้น
- ความร้อนเพิ่มสูงขึ้น
- ชั้นควันร้อนสะสมบริเวณด้านบน
- ความร้อนแผ่รังสีลงด้านล่าง
- วัสดุภายในห้องคายไอเชื้อเพลิง
- เกิดการติดไฟพร้อมกันทั่วทั้งพื้นที่
สัญญาณเตือน Flashover
- อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ชั้นควันลดต่ำลง
- เกิดปรากฏการณ์ Rollover/Flameover บริเวณชั้นควัน
- ความร้อนรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดย แฟลชโอเวอร์ คือการเปลี่ยนจาก ไฟไหม้เฉพาะจุดไปสู่เพลิงไหม้เต็มพื้นที่
ปรากฏการณ์ Jet Fire
Jet Fire (เจ็ตไฟร์) คือ ที่เชื้อเพลิงซึ่งอยู่ภายใต้แรงดันสูงเกิดการรั่วไหลออกมา เมื่อเชื้อเพลิงผสมกับอากาศและพบแหล่งจุดติด จะเกิดเปลวไฟพุ่งออกมาเป็นลำด้วยความเร็วสูง
ลำดับการเกิด Jet Fire
- ถังหรือท่อแรงดันเกิดการรั่ว
- เชื้อเพลิงพุ่งออกมา
- ผสมกับอากาศ
- พบแหล่งจุดติด
- เกิดเปลวไฟพุ่งเป็นลำ
ตัวอย่างเชื้อเพลิงที่สามารถเกิด Jet Fire ได้แก่ LPG, ไฮโดรเจน (Hydrogen) และก๊าซไฮโดรคาร์บอนในระบบอุตสาหกรรม
ความรุนแรงของ Jet Fire ขึ้นอยู่กับ
- แรงดันภายในระบบ
- ขนาดของรูรั่ว
- ชนิดของเชื้อเพลิง
- ทิศทางการพุ่งของเปลวไฟ
อันตรายหลักของ Jet Fire คือการแผ่รังสีความร้อนสูง และเปลวไฟที่อาจพุ่งกระทบถังเก็บเชื้อเพลิงหรือโครงสร้างข้างเคียง ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงมากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : Fire & Rescue Thailand และ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน