ศาสตราจารย์อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยระบุว่ายังไม่สามารถเข้าไปภายในอาคารได้ เนื่องจากพื้นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้พยานหลักฐานเสียหาย
ศาสตราจารย์อมร ระบุว่า ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของเพลิงไหม้ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แต่ในมุมวิศวกรรมให้ความสนใจว่าเหตุใดเพลิงจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว
โดยตั้งข้อสันนิษฐานจากสภาพทางกายภาพของอาคาร ซึ่งเป็นอาคารลักษณะปิด มีอากาศถ่ายเทน้อย และเพดานค่อนข้างต่ำ
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้วัสดุตกแต่งภายในอาคาร หากเป็นวัสดุประเภทโฟมที่ไม่ได้เคลือบสารหน่วงไฟ เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะกลายเป็นเชื้อเพลิง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว พร้อมเกิดลูกไฟตกลงมาภายในอาคาร ประกอบกับสภาพอากาศปิด ทำให้เกิดควันจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ลักษณะใกล้เคียงเหตุเพลิงไหม้ซานติกาผับและเมาน์เทน บี
ศาสตราจารย์อมร อธิบายว่า ในทางวิศวกรรมอาจเกิดปรากฏการณ์แฟลชโอเวอร์ (Flashover) หรือภาวะที่ความร้อนสะสมในห้องปิดจนถึงจุดที่วัสดุภายในติดไฟพร้อมกันทั้งห้อง
ขณะเดียวกัน ภาพเปลวไฟพุ่งออกเป็นระยะบริเวณกระจกยังเป็นสัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์แบ็กดราฟต์ (Backdraft) หรือการระเบิดย้อนกลับของไฟ รวมถึงความดันอากาศภายในอาคาร
ซึ่งทั้งหมดอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 3-4 นาที ส่งผลให้ผู้ประสบเหตุเสียชีวิตจากการสูดดมก๊าซพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรเจนไซยาไนด์
อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์อมร ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากเหตุซานติกาผับ เพราะไม่มีการจุดพลุหรือประกายไฟบนเวที แต่มีความคล้ายคลึงกับเหตุเพลิงไหม้เมาน์เทน บี ในแง่ของการลุกลามของไฟและสภาพอาคาร
สำหรับประเด็นด้านกฎหมาย ศาสตราจารย์อมร ระบุว่า หลังเหตุเพลิงไหม้ซานติกาผับ เมื่อปี 2552 ได้มีการออกกฎกระทรวงควบคุมสถานบริการในปี 2555
แต่ร้านนี้จดทะเบียนเป็นร้านอาหารและดนตรี ไม่ใช่สถานบริการ ทำให้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและการป้องกันอัคคีภัยแตกต่างจากสถานบริการ ถือเป็นช่องว่างสำคัญ เพราะยังมีอาคารจำนวนมากที่จดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่เปิดดำเนินการในลักษณะสถานบันเทิง ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเร่งแก้ไข
ศาสตราจารย์อมร กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายกำหนดให้สถานบริการที่รองรับผู้ใช้บริการตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป ต้องติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติหรือระบบสปริงเกอร์ แต่ระบบป้องกันอัคคีภัยที่มีประสิทธิภาพต้องประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ ทั้งระบบดับเพลิง เส้นทางหนีไฟที่ไม่ถูกปิดกั้น และการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
ศาสตราจารย์อมร ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดกฎหมายหรือหลักวิศวกรรม แต่ปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการตรวจสอบสถานประกอบการที่จดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่เปิดให้บริการในลักษณะสถานบันเทิง ซึ่งควรมีการสุ่มตรวจในช่วงเวลากลางคืน ไม่ใช่เฉพาะเวลาราชการ เพื่อให้การกำกับดูแลสอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงของสถานประกอบการ
ส่วนกรณีที่พยานหลายคนให้ข้อมูลว่า ระบบสปริงเกอร์ไม่ทำงาน ศาสตราจารย์อมร ระบุว่า ระบบสปริงเกอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญในการชะลอการลุกลามของเพลิง เพราะช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารและเพิ่มเวลาให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
แต่จากข้อมูลที่ได้รับรายงาน เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเดินทางถึงภายใน 5 นาที แต่ขณะนั้นเพลิงได้เข้าสู่ระยะแฟลชโอเวอร์แล้ว จึงทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก
ด้าน นายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ อดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร กล่าวว่า หลังเหตุเพลิงไหม้ซานติกาและเมาน์เทน บี กฎหมายได้กำหนดให้สถานบริการ โดยเฉพาะอาคารขนาดเกิน 500 ตารางเมตร ต้องติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยและอุปกรณ์ช่วยชีวิตตามมาตรฐาน ดังนั้น ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่ แต่ต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้จริงจัง
นายวสวัตติ์ยังกล่าวว่า แม้อาคารจะผ่านการตรวจสอบ แต่หลังเจ้าหน้าที่กลับ ผู้ประกอบการอาจมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของไปกีดขวางทางหนีไฟ จึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจติดตาม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากอาคารเข้าข่ายอาคาร 9 ประเภท หรือเป็นสถานบริการ จะต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารเข้าตรวจประจำทุกปี ซึ่งต้องตรวจสอบว่าอาคารแห่งนี้เข้าข่ายหรือไม่
ขณะที่ นายอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย สภากรุงเทพมหานคร ระบุว่าจะร่วมตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานเขตในเรื่องการออกใบอนุญาตและการตรวจสอบสถานประกอบการที่ผ่านมา รวมถึงอาจพิจารณาแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเพิ่มเติม หากพบช่องโหว่ของกฎหมาย