"ชัชชาติ" ตั้งคณะกรรมการสอบเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ จ่อคุมเข้มร้านอาหารทั่ว กทม.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ชัชชาติ” สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ หาช่องคุมร้านเหล้านอกแถว อัปเกรดเช็กลิสต์ความปลอดภัย จ่อใช้เกณฑ์สถานบริการคุมเข้มร้านอาหารทั่วเมือง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์สถานการณ์ล่าสุดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า ตนเองได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีข้ออะไรที่ต้องปรับปรุงหรือมีข้อบกพร่องเรื่องกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เมื่อวานนี้ (13 ก.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานการประชุมที่สภา กทม. จึงได้คุยกันถึงการบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย  

 

 

ไฟไหม้ลาดพร้าว ช่างภาพพีพีทีวี
"ชัชชาติ" ตั้งคณะกรรมการสอบเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ จ่อคุมเข้มร้านอาหารทั่ว กทม.

เช่น กฎหมายสถานบริการต่าง ๆ เพราะกฎหมายหลักคือ กฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งอาคารที่เกิดเหตุไม่ได้เข้าข่ายสถานบริการ และเราก็ได้มีการตรวจตามรูปแบบของร้านอาหาร ตรวจสารเคมี และเก็บวัตถุอันตรายต่าง ๆ แล้ว

อย่างไรก็ตามตนเองได้มีคำสั่งให้ตรวจเชิงรุกทุกพื้นที่ และจะมีการปรับเช็กลิสต์ให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อใช้เป็นคำแนะนำ เพราะเรื่องวัสดุทนไฟต่าง ๆ กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะอาคารที่เป็นสถานบริการ แต่พวกร้านอาหารไม่ได้กำหนด เราก็ให้เพิ่มตรงนี้เข้าไป เพื่อจะได้มีความเข้มข้นมากขึ้น และให้ทุกเขตลงไปดำเนินการ

สำหรับการตรวจสถานประกอบการต่าง ๆ จะให้มีการสุ่มตรวจตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมา ตอนไปตรวจอาจจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีการให้บริการ เปิดไปดูก็เห็นชัดหมด ต่อไปต้องไปสุ่มตรวจด้วยว่าขณะให้บริการจริงมีคนมากีดขวางหรือไม่ ประตูมีการกีดขวางอย่างไร ถังดับเพลิง ไฟฉุกเฉินทำงานหรือไม่ หรืออาจต้องให้ทดสอบด้วยว่า ถ้าเกิดเหตุแล้วไฟตัด ไฟฉุกเฉินทำงานส่องสว่างทั่วหรือไม่ คงต้องให้ทดสอบดูสถานการณ์จริงมากขึ้น โดยจะมีการสุ่มตรวจให้มากขึ้น เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ ต้องช่วยกันดูอย่างละเอียด

ผู้สื่อข่าวถามกรณีของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว สำนักงานเขตจตุจักรได้ทำหนังสือแจ้งตำรวจให้ควบคุมร้านอาหารให้ปิดตามเวลา แต่เหมือนไม่มีการดำเนินการเข้มงวด นายชัชชาติ ระบุว่า ได้สั่งการแล้ว ทั้งนี้การเข้าไปดูว่ามีการเปิดเกินเวลาหรือไม่ เป็นอำนาจของตำรวจ จึงสั่งการให้ทุกเขตทำรายงานว่าในพื้นที่ของตนเองมีสถานบริการ ร้านอาหาร หรือร้านกึ่งสถานบริการใดที่เปิดเกินเวลาบ้าง เพื่อส่งต่อให้ปลัด กทม.ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงธุรกิจอื่น หรือธุรกิจที่อาจจะเป็นเหมือนทุนเทา ซึ่งบางอย่างเราไม่มีอำนาจไปจับกุม แต่มีเบาะแสข้อมูลต่าง ๆ ก็รวบรวมมาในคราวเดียว ทั้งนี้การส่งรายงานจะให้อัปเดตทุก 1 เดือน

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้มีกฎหมายหลายฉบับ กำกับดูแลต้องไปดูว่าตัวหลักคืออะไร หลัก ๆ ที่ กทม. ใช้ดำเนินการ ประกอบด้วย พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 การขออนุญาตสถานประกอบการ ซึ่งจะมีการตรวจเรื่องของสุขอนามัย อาชีวอนามัย รวมถึงวัสดุอันตราย เช่น แก๊ส โดยการตรวจจะมีการตักเตือนให้ปรับปรุงก่อน เงื่อนไข 15 วันหลังจากนั้นจะประเมินอีกครั้ง แต่ถ้าปรับปรุงใหญ่จะมีระยะเวลา 30-45 วัน โดยทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เราพยายามจะนำกฎหมายอื่นที่เรามีอำนาจเข้ามาจัดการ เพราะสาเหตุหลักของสถานบริการเหล่านี้คือ การตกแต่ง หรือการทำโฟมเพื่อกันเสียง ซึ่งกฎหมายควบคุมอาคารไม่สามารถดำเนินการได้กับอาคารที่ไม่ใช่สถานบริการได้ ดังนั้นการตรวจหลังจากนี้จะมีการนำเกณฑ์ของกฎหมายควบคุมอาคารที่ใช้กับสถานบริการมาใช้ตรวจกับสถานประกอบการและร้านอาหารประเภทเหล่านี้ด้วย

ส่วนการดูแลผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว หลังครบสิทธิรักษาพยาบาล 72 ชั่วโมง (UCEP) มีบางโรงพยาบาลได้แจ้งค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงกรณีผู้ป่วยสัญชาติลาว ที่โรงพยาบาลแจ้งค่าใช้จ่าย 200,000 บาท กทม.จะสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า โรงพยาบาลสังกัด กทม.ไม่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน ต้องไปดูว่าเป็นอย่างไร จะมอบหมายให้ รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดูในเรื่องนี้

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ