วันที่ 13 ก.ค. 2569 เวลา 11.30 น. ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบ นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สก.บางซื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานสภา กทม. ด้วยคะแนนเสียง 39 เสียง ขณะที่ นายวิรัช คงคาเขต ได้ 7 เสียง
จากนั้น นางเมธาวี ธารดำรงค์ สก.เขตปทุมวัน ในฐานะประธานชั่วคราว ได้ให้ นางสาวภัทราภรณ์ ประธานสภา กทม. ขึ้นนั่งบัลลังก์ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานสภา กทม. พร้อมกล่าวขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่มอบความไว้วางใจให้ตนเอง เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวาระเมืองผ่านสภา กทม. ในครั้งนี้
โดยนางสาวภัทราภรณ์ ระบุว่า ขอยืนยันว่า การพิจารณางบประมาณให้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ไม่ใช่ความเพ้อฝัน การทำสภา กทม. ให้โปร่งใสมีประสิทธิภาพ คือความปกติที่ควรจะเป็นมานานแล้ว ในฐานะตัวแทนของประชาชนจากการเลือกตั้งทางตรงเหมือนกันกับเพื่อนสมาชิก เชื่อว่า พวกเราจะยกระดับสภา กทม. และทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นต่อไปอีก 4 ปีอย่างแน่นอน
ขณะที่นายฉัตรชัย หมอดี สก.เขตบางนา พรรคประชาชน ได้เสนอให้มีรองประธานสภา กทม. จำนวน 2 คน โดยเสนอให้ นายเนติภูมิ มิ่งรุ่งจิราลัย สก.บึงกุ่ม จากกลุ่มคนทำงาน เป็นรองประธานสภา กทม. คนที่ 1 และนายเอกกวิน โชคประสพรวย สก.เขตราชเทวี พรรคประชาชน เสนอให้ นายนริสสร แสงแก้ว สก.บางเขน กลุ่มอิสระ เป็นรองประธานสภา กทม. คนที่ 2 โดยไม่มีผู้คัดค้าน
หลังจากนั้นนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สก.บางซื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานสภากรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง โดยยืนยันว่าสามารถทำงานร่วมกับ นายเนติภูมิ มิ่งรุ่งจิราลัย สก.บึงกุ่ม จากกลุ่มคนทำงาน เป็นรองประธานสภา กทม.คนที่ 1 และนายนริสสร แสงแก้ว สก.บางเขน กลุ่มอิสระ เป็นรองประธานสภา กทม.คนที่ 2 ซึ่งมาจากต่างกลุ่ม โดยการแบ่งงานมีการพูดคุยกันคร่าว ๆ บ้างแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะประธานสภา กทม.หญิงคนแรก งานที่ทำใหญ่มีปัญหามานาน จะทำอย่างไรให้เจาะเข้าไปปัญหานั้นได้ นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวว่าประเด็นการเป็นเพศหญิงไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องความสามารถ คงต้องใช้ความร่วมมือของเพื่อนสมาชิกในสภาฯ ในการขับเคลื่อนวาระต่าง ๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะผลักดันสภา กทม.ให้โปร่งใสได้
นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นประธานสภา กทม.คงต้องมีความกดดัน คงต้องบู๊กันไป ขณะที่ตำแหน่งโฆษกสภา กทม.จะมีการพูดคุยกันภายหลัง สำหรับสภา กทม.ชุดนี้ มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานเป็นจำนวนมากนั้น เราต้องทำให้สภา กทม. ให้เป็นพื้นที่รองรับคนรุ่นใหม่ โดยใช้ประสบการณ์ความเก๋าของคนรุ่นเก่ามาผสมผสานกัน เชื่อว่าประธานและรองประธานสภา กทม.จะประสานงานกับสมาชิกได้เป็นอย่างดี สำหรับการร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมนัดแรกมีความพยายามตีรวน คงต้องดูเป็นประเด็น ๆ ไป เพราะหลายเรื่องต้องมีความเป็นกลาง อาจจะต้องมีการเจรจาเป็นเรื่อง ๆ
เมื่อถามถึงการคุมเสียงในสภา กทม.ตลอดวาระ 2 ปี นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวว่า เป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์และการทำงาน อย่างไรต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นกังวลอะไร ส่วนที่หลายคนมองว่าสภา กทม.เป็นสภาฯ เล็ก คนจึงไม่สนใจ ต้องยอมรับว่าเป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกคนที่จะช่วยกันผลักดันให้ประชาชนรับทราบถึงการทำงานของพวกเราให้ได้ เพื่อให้การทำงานของพวกเรามีน้ำหนัก ยกตัวอย่างงบประมาณที่จะมีการพิจารณาก็เพิ่มขึ้นมาหลายพันล้านบาท สภา กทม.จะมีการประชาสัมพันธ์มากขึ้น
สำหรับการทำหน้าที่ระหว่างสภา กทม.กับฝ่ายบริหาร เราตรงไปตรงมาเหมือนเดิม อะไรที่สนับสนุนได้ก็จะสนับสนุน ส่วนที่ต้องตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบเข้มข้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม อย่างไรก็ตามตนเองดีใจที่ได้ สส.หลายคนมาช่วยประชาสัมพันธ์ให้เห็นความ สำคัญของงบ กทม.