บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทยอยเข้ารับร่างผู้เสียชีวิตตั้งแต่ช่วงเช้า ร่างแรกของวันนี้ คือ ส.ต.ต.สิทธิโชค บุทธิทักษ์ นอกจากครอบครัวแล้ว ยังเพื่อนตำรวจ รวมถึงผู้บังคับบัญชามารอรับร่างด้วย ด้านผู้บังคับบัญชา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสั้น ๆ ว่า “ผู้เสียชีวิตเป็นคนขยัน และเป็นที่รักของเพื่อน ๆ กับผู้บังคับบัญชา การจากไปครั้งนี้อยากให้ ส.ต.ต.สิทธิโชค ไปสู่สุคติ พบเจอสิ่งที่ดี ๆ”
หลังจากร่างของ ส.ต.ต.สิทธิโชค เคลื่อนออกไป ร่างที่ 2 ของวันนี้ คือ นายพฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือกวาง มือคีย์บอร์ดวงทศกัณฐ์ ที่ขึ้นทำการแสดงวันเกิดเหตุ มีครอบครัวมารับ ทั้งน้องสาว ญาติสนิท รวมถึงเพื่อนร่วมงาน
นางชัญญานุช น้องสาวผู้เสียชีวิต บอกว่า ทันทีที่ทราบเรื่อง ครอบครัวทำอะไรไม่ถูก แม่กับพ่อช็อก จนถึงตอนนี้ยังไม่หายช็อก แต่ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันช่วยติดตามและให้กำลังใจครอบครัวตั้งแต่วินาทีแรกที่ทราบข่าว จนกระทั่งเจอร่างพี่ชาย และจนสามารถนำร่างพี่ชายกลับบ้านได้ เชื่อว่าผู้เสียชีวิตคงดีใจที่มีผู้คนรักและรู้จักจำนวนมาก พร้อมขอให้ทุกคนจดจำเขาในช่วงเวลาที่มีความสุข โดยเฉพาะภาพขณะเล่นดนตรีบนเวที ซึ่งเป็นสิ่งที่เขารักมาก ไม่อยากให้ผู้คนจดจำเพียงภาพของความสูญเสีย หรือมัวแต่ตั้งคำถามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกต่อไป
น้องสาวผู้เสียชีวิต บอกอีกว่า ในส่วนเรื่องการเยียวยา ไม่ว่าตัวเลขเงินชดเชยจะมากเพียงใด ก็ไม่สามารถทดแทนการสูญเสียชีวิตของคนในครอบครัวได้ แต่เข้าใจว่าเป็นความรับผิดชอบที่ผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ และเชื่อว่าไม่มีใครตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงไม่ได้โทษบุคคลใด เพราะมองว่าเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด
สำหรับกระบวนการดำเนินคดี ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะสืบสวนหาสาเหตุและดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนครอบครัวพร้อมให้ความร่วมมือ แต่ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับใครอีก
ขอฝากถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิงและสถานบริการทุกแห่งว่า ขอให้ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพราะผู้ที่เข้ามาใช้บริการต่างต้องการมาหาความสุข และทุกคนควรได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ต้องจบลงด้วยความสูญเสียเช่นเหตุการณ์ครั้งนี้
พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตที่ส่งมายังสถาบันนิติเวชวิทยาแล้วทั้งหมด 32 รายในจำนวนนี้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 27 ราย ส่วนอีก 5 ราย เป็นผู้บาดเจ็บอาการสาหัสที่เข้ารับการรักษาตัวตามโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้เคสดำขยับจาก 30 ราย เป็น 32 ราย
ผู้เสียชีวิตที่รักษาตัวก่อนเสียชีวิต กระจายอยู่ในหลายโรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โรงพยาบาลลาดพร้าว และอีก 1 ราย ถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี ก่อนเสียชีวิต
ด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ครบทั้ง 32 ราย แล้ว โดยได้ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว 28 ราย ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ส่วนผู้เสียชีวิตที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อคืน คาดว่าญาติจะสามารถดำเนินเอกสารและรับร่างได้ภายในวันนี้ สำหรับสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสูดดมควันไฟ ขณะที่บางรายมีบาดแผลไฟไหม้รุนแรงทั่วร่างกาย