จากกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.,เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI),เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.น. ร่วมกันเร่งคลี่คลายคดี ขบวนการลักลอบลำเลียงเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย พร้อมขยายผลติดตามทั้งขบวนการเครือข่าย ที่เกี่ยวข้องกับพัสดุต้องสงสัยก่อนนำส่งให้ น.ส.มีนา หรือ แอร์มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด จนถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวบุคคลสำคัญในคดีได้แล้ว 3 ราย คือ
1.นายอุทัย ไรเดอร์ที่นำส่งกล่องพัสดุไปยังคอนโดมิเนียมของ น.ส.มีนา
2.นายนันทวัฒน์ เพื่อนที่ช่วยนำกระเป๋าลายปักช้างไทย ซึ่งมียาเสพติดซุกซ่อนไปทำลายทิ้ง
3.นายเอกวิทย์ เจ้าของแชตชื่อ “ริน ริน” ที่พูดคุยกับนายอุทัย โดยเป็นตัวการสำคัญระดับสั่งการ
ทำหน้าที่ประสานงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับตัวกลาง (นายอุทัย) ในการนัดให้มารับกระเป๋าผ้าลายช้างที่ซุกซ่อนเฮโรอีนเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้นำพัสดุไปส่งใหกับคนรับหิ้วสินค้า ก่อนที่คนรับหิ้วจะถือไปส่งถึงประเทศปลายทาง
4.ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Rose Rose" คือ น.ส.จันทรา ซึ่งเป็นผู้ติดต่อผ่านแชตข้อความไปหา น.ส.มีนา เพื่อขอฝากหิ้วพัสดุกระเป๋าปักลายช้างไทย จำนวน 12 ใบ นำส่งยังผู้รับปลายทางประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานการขยายผลกับทางการออสเตรเลียถึง “นางเดียร์ซึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้รอรับพัสดุปลายทางของ น.ส.มีนา ที่ประเทศออสเตรเลีย และกลุ่มชาว สปป.ลาว จำนวน 3 ราย ที่มีหน้าที่สั่งการให้มีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย โดยเป็นผู้ต้องหามีหมายจับของศาลไทย ตามคำขอของ DSI ปัจจุบันทั้ง 3 ราย กบดานอยู่ในประเทศลาว โดยเจ้าหน้าที่ DSI และ ป.ป.ส. อยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับ สปป.ลาว ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวส่งไทยดำเนินคดี ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวภายในเร็ววันนี้ ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
15 ก.ค. 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 99/2569 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนขยายผล กรณี เครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ อาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญารัชดาภิเษกออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นชายชาวลาว จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย
1.นายสายัน หรือ ท้าวสายัน (ชาวลาว)
2.นางนัน (ชาวลาว)
3.นายอุ่น หรือ ท้าวอุ่น (ชาวลาว)
ในข้อหา สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไป และร่วมกันพยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยทราบว่าทั้งหมดอยู่ระหว่างกบดานหลบหนีในประเทศลาว ล่าสุดได้รับการยืนยันแล้วว่า ทางการ สปป.ลาว สามารถช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาให้ DSI และ ป.ป.ส. ได้แล้ว 2 ราย คือ นายสายัน หรือ ท้าวสายัน และนางนัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลอยู่ที่ประเทศลาว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ คือ นายอุ่น หรือท้าวอุ่น สปป.ลาว อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัว
ด้าน น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ยืนยันว่า ทางการลาวสามารถช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย ตามหมายจับศาลอาญารัชดาภิเษก ซึ่งดำเนินการขอโดย DSI ได้จริง โดยเป็นความร่วมมือบูรณาการระหว่างไทยและลาวเป็นอย่างดี และถือเป็นความร่วมมือระดับทวิภาคี นอกจากนี้ เรายังมีเอกอัครทูตไทยที่ปรึกษาประจำเวียงจันทน์ ณ สปป.ลาว ที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุที่อาจจะไม่ได้มีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งไทยดำเนินคดีนั้น เนื่องด้วยผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ทั้งยังมีคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติดล็อตใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศลาวอีกด้วย ทางการไทยและลาวจึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะต้องมีการขยายผลที่ สปป.ลาว เพื่อสืบสวนสอบสวนไปให้ถึงต้นตอขบวนการรายใหญ่ เกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมค้ายาเสพติดข้ามชาติ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ในวันนี้ มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดล็อตเฮโรอีนที่ไทย ได้มีการจับกุมก่อนหน้านี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นบริเวณซอยรางน้ำ หลักสี่ บางเขน และรามคำแหง เป็นต้น
ขณะที่ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนข้อมูลย้อนหลัง 2-3 ปี พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ คือ นายสายัน ,นางนัน และ นายอุ่น ซึ่งร่วมกับผู้ต้องหาสองสามีภรรยา คือ นายอุทิศ และนางทัดสะพอน ชาวลาว มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งเฮโรอีนและยาบ้ามาโดยตลอด ทั้งยังมีแผนประทุษกรรมในลักษณะเดียวกันเกือบทุกล็อตยาเสพติด โดยเฉพาะกรณีของนายสายัน และนายอุ่น ที่มีหน้าที่สั่งการให้เครือข่ายนำเอายาเสพติดข้ามฝั่งมาส่งให้เครือข่ายในประเทศไทย โดยการรับ-ส่งจะเกิดขึ้นตรงจุดใต้ต้นมะเดื่อของฝั่งไทย ริมแม่น้ำโขง จ.เลย ซึ่งจะมีคนไทยมารอรับพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดเรียบร้อยแล้ว อาทิ มีการซุกซ่อนในผ้าไหม ซุกซ่อนในซับด้านในกระเป๋าผ้าลายปัก เป็นต้น จากนั้นเครือข่ายฝั่งไทย เช่น สองสามีภรรยา นายอุทิศ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว ก็จะรีบเอาไปส่งบริษัทขนส่งตามสาขาในพื้นที่ เพื่อให้พัสดุถึงผู้รับปลายทาง จึงทำให้พัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดเหล่านี้ได้เข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน
อย่างไรก็ดี หลักฐานเส้นทางการเงินของ นายอุทิศและนางทัดสะพอน ค่อนข้างมัดตัวชัดเจน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเฮโรอีนเข้าสู่ประเทศไทย แม้ในตอนแรกจะพยายามให้การภาคเสธ แต่ท้ายสุดก็ยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ว่าทั้งคู่รับการติดต่อนำยาเสพติดเฮโรอีนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทยด้วยการคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ตามหมายจับจริง ประกอบด้วย
1.นายแคล้ว (ชาวไทย) ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนางทัดสะพอน ภรรยาของนายอุทิศ ชาวจังหวัดเลย ปัจจุบันนายแคล้ว, นายอุทิศ, นางทัดสะพอน ทั้งหมดถูกจับกุมตัวที่จังหวัดเลยเรียบร้อยแล้ว
2.นายสายัน หรือ ท้าวสายัน
3.นางนัน
4.นายอุ่น หรือ ท้าวอุ่น
โดยเป็นการพูดคุยผ่านทางเฟซบุ๊ก และไลน์