พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีความห่วงใยต่อกรณีเด็กชายวัย 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ ส่งผลให้มีพระสงฆ์มรณภาพถึง 10 รูป และอาพาธอีก 7 รูป จึงได้กำชับให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเร่งรัดอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ทายาทอย่างเร่งด่วน
โดยในวันนี้ ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ทายาทของพระสงฆ์ทั้ง 10 รูป รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท เพื่อให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
ด้านนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559
นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมยังได้ผลักดันการแก้ไขกฎหมายฉบับที่ 3 ซึ่งผ่านการพิจารณาของรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกฎหมายใหม่นี้จะขยายความช่วยเหลือไปถึงกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นผู้บริสุทธิ์แต่ถูกจับกุม หรือแพะในชั้นสอบสวน ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการคุ้มครองสิทธิมีความสมบูรณ์ตามมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น
นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ส่วนจังหวัดมุกดาหารมีหน้าที่ดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความยุติธรรม สมเหตุสมผล และถูกต้องตามข้อกฎหมาย เช่น กรณีผู้ต้องหาเป็นเด็กและเยาวชน ต้องเป็นไปตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด และขอให้เชื่อมั่นว่า กระบวนการทางคดีอาญา พนักงานสอบสวนต้องเก็บหลักฐานตั้งแต่เกิดเหตุ ฉะนั้น กระบวนการต่าง ๆ จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในทุกกรณี
ทางด้านทายาทพระสงฆ์ที่มรณภาพจากเหตุการณ์ นางเบญจาทิพย์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางญาติเด็กไม่มีความรับผิดชอบ วันเผาศพทางญาติก็รอ ทางญาติเด็กมาขอขมาแล้วก็เงียบหายไปเลย ตั้งแต่เกิดเหตุไม่เคยติดต่อมาเลย ไม่เคยเห็นหน้าพวกเขา ถ้าเขาจะมารับผิดชอบก็ให้มาพูดคุย เราเป็นผู้สูญเสีย อย่างน้อยเขาต้องมาคุย ประเด็นยังคาใจ อย่างน้อยคนที่ขับรถไม่เป็น ยังไงก็ออกรถไม่ได้อยู่แล้ว
ส่วนลูกชายที่โพสต์ในโซเชียลว่า จะทวงคืนความยุติธรรมให้พ่อ ตอนนี้ยังคิดถึงเขาอยู่ อยากฝากทุกคนดูแลบุตรหลานให้ดี อย่าให้มาขับขี่รถ หรือให้ดูแลเด็กในทุกเรื่อง ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก และทางครอบครัวจะฟ้องคดีแพ่งตามสิทธิของเรา
ด้านนายชัยฤทธิ์ กล่าวว่า เป็นการสูญเสียที่หนัก ใครก็ไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย เราเข้าใจ แต่การดูแลเด็ก คุณเป็นพ่อแม่ประสาอะไร ปู่ย่าตายายปล่อยปละละเลยมาก ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคมและพ่อแม่ทุกคน การสูญเสียน้องชาย ซึ่งเป็นสุดที่รักของครอบครัว เป็นพระที่จะเดินธุดงค์ เดินจาริกไปเข้าพรรษาที่วัดน้ำขุ่น ทำให้จิตใจครอบครัวย่ำแย่
อยากให้ครอบครัวที่ทำให้เราเสียหายออกมาขอโทษ และแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ ว่าจะเยียวยาอย่างไร มีความรับผิดชอบอย่างไร เงินเยียวยาจากภาครัฐและประกันแทนค่าไม่ได้หรอกกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น เราเข้าใจสภาพจิตใจของคนที่เป็นพ่อแม่ มันล่วงเลยมาหลายวันแล้ว น่าจะออกมาให้สังคมเห็นว่าคุณยอมรับในสิ่งที่ปล่อยปละละเลย เพราะสังคมมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน