จากเหตุการณ์โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย และประชาชนชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย
โดย พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ และจุดที่ผู้ก่อเหตุ นำรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไปเผาทำลายเพื่ออำพรางพยานหลักฐาน ในพื้นที่ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร โดยได้มอบหมายให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า "พิจารณาใช้กำลัง" ตามกฎการใช้กำลังอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ ภายใต้หลักกฎหมาย ความจำเป็น และความได้สัดส่วน
แต่ต้องปฏิบัติด้วยความเด็ดขาด เพื่อยับยั้งภัยคุกคาม สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประกาศว่า ถึงเวลาที่จะต้องเป็นผู้ล่าบ้างแล้ว
“คนที่ทำเนี่ย ใครจะช่วยเหลือไว้ก็แล้วแต่ ประเทศไหนจะช่วยเหลือก็แล้วแต่ เราจะตามล่าเขาไป ถึงเวลาที่เราจะเป็นผู้ล่าบ้างแล้ว ” พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าว
ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีที่เสนาธิการทหารบกบอกว่าหลังจากนี้ขอเปลี่ยนเป็นฝ่ายไล่ล่านั้น ว่า อย่าใช้คำว่าไล่ล่าเลย ความคิดเห็นที่แตกต่างในการแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพูดคุย ซึ่งรัฐบาลมีกลไกหลัก ไม่ว่าจะเป็นคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หรือ กอ.รมน. ภาค 4 และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. หากจุดใดมีข้อบกพร่องก็ต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเตรียมลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายในฐานะผู้แทนรัฐบาล
เมื่อถามถึงกระแสข่าวผลกระทบต่อตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ในรอบการปรับย้ายนี้หรือไม่ รัฐมนตรีกลาโหม บอกว่า ไม่อยากให้นำประเด็นตำแหน่งมาเชื่อมโยง