ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มเจ้าหน้าที่ทหารพราน ขณะตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ม.7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.อ.วิทยา สาริยา ผบ.ฉก.ทพ.45 ได้ร่วมอำนวยการในการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางมาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ
โดยในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิดของกลุ่มคนร้ายตกกระจายอยู่บนถนน อาทิ ปลอกกระสุนปืน M16 , AK-47 และปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 11 ม.ม. รวมทั้งปลอกกระสุนปืนชนิดต่างๆที่กลุ่มคนร้ายได้คัดออกจากลำกล้องที่ติดขัด รวมกว่า 100 ปลอก และที่บริเวณบังเกอร์ของจุดตรวจมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายเป็นรูพรุนจำนวนหลายจุด นอกจากนี้ที่บริเวณปลายหัวสะพานด้านซ้ายมือของจุดตรวจ ซึ่งเป็นหอสูงคนร้ายได้ขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก ขณะหลบหนีหลังก่อเหตุแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
และจากการตรวจสอบครุภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นเครื่องใช้ประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เสียชีวิตทั้ง 5 นาย เจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายได้ขโมยไปหลังจากทหารทั้ง 5 นาย เสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไป คือ เสื้อเกราะกันกระสุน 4 ตัว ซองกระสุนปืน 4 ซอง และอาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม.จำนวน 1 กระบอก
ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าจุดตรวจ และที่ติดตั้งไว้ที่บริเวณฝั่งกันตรงข้ามด้านขวามือของจุดตรวจ พบว่า คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ตามวงจรปิด มีจำนวน 9 คน โดยคนร้ายกลุ่มแรกมี 7 คน คือ ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน ผน 6866 สงขลา โดยนั่งที่กระบะหลัง 6 คน ที่แต่งกายชุดสีดำเหมือนกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานพร้อมสวมหมวกปีกอำพรางใบหน้า ส่วนชุดที่ 2 จำนวน 2 คน เป็นการขี่และซ้อนท้ายรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งคนขับแต่งกายใส่เสื้อสีขาวพร้อมสวมหมวกกันน็อคมีอาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม. ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายเป็นผู้ชายแต่งการอำพรางด้วยชุดฮิญาบสีดำของผู้หญิง มีอาวุธปืน AK-47 ซึ่งขี่รถ จยย.ตามไล่หลังรถยนต์กระบะของคนร้าย ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง
ซึ่งการปฏิบัติการณ์ของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ จากภาพวงจรปิดที่บันทึกได้ที่บริเวณจุดตรวจ พบว่า กลุ่มคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะมาตามเส้นทางตลาดตันหยงมัส โดยมีรถยนต์กระบะขับนำหน้าแล้วมีรถ จยย.คุ้มกันตามไล่หลังมา เมื่อถึงบริเวณหน้าจุดตรวจพบเจ้าหน้าที่ทหารพรานจำนวน 3 นาย ทำหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัด คนร้ายได้ชะลอความเร็วของรถยนต์กระบะ ให้คนร้ายที่นั่งอยู่ในกระบะหลัง ใช้อาวุธปืนสงคราม M16 และ AK-47 ยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารล้มลงกองกับพื้น คนร้ายได้จอดรถยนต์กระบะให้คนร้ายลงมือยิงซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าทหารทั้ง 5 นาย ที่อยู่ในบังเกอร์อีก 2 นายเสียชีวิต และลงมาทำการค้นเอาอาวุธปืน AK-47พับฐาน 4 กระบอก และอาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก รวมทั้งสิ้น 5 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 4 ซอง แล้วขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป โดยมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ส่วนคนร้ายชุดที่ 2 ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง ได้จอดรถ จยย. บนถนนแล้วช่วยกันใช้อาวุธปืน 11 ม.ม.และ AK-47 ยิงคุ้มกันไปตามทิศทางต่างๆ เพื่อให้คนร้ายแยกย้ายลงมาค้นเอาเสื้อเกราะกันกระสุนและอาวุธปืนประจำกายของทหารทั้ง 5 นายที่เสียชีวิต เมื่อคนร้ายชุดที่ 1 ปฏิบัติการณ์แล้วเสร็จ และวิ่งขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป คนร้ายชุดที่ 2 ที่ทำหน้าที่คุ้มกัน ได้พากันขี่และซ้อนท้าย รถ จยย. หลบไปตามไล่หลังกันไป ซึ่งการปฏิบัติการณ์ของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ ในกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้าย ใช้เวลาในการปฏิบัติการณ์เพียง 1.30 นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ทราบจากแหล่งข่าวว่า จุดตรวจบูเก๊ะซามี โดยปกติจะมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันทั้งหมด 8 นาย แต่วันเกิดเหตุเหลือเพียง 5 นาย ส่วนอีก 3 นาย อยู่ในช่วงลาพัก กลุ่มคนร้ายคงทราบความเคลื่อนไหวจึงได้มีการประชุมวางแผนอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวลงมือก่อเหตุ