ปฏิบัติการทลายขบวนการนอมินีจีน ยึดบ้านหรู 33 หลัง มูลค่า 1,275 ล้านบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

บก.ปอศ. ทลายเครือข่ายนอมินีทุนจีน ใช้ 33 บริษัทอำพรางซื้อบ้านหรู 33 หลัง ย่านพัฒนาการ-กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 1,275 ล้านบาท พร้อมขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมาย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ  ได้รับข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ประกอบกับได้รับแจ้งเบาะแสการร้องเรียนจากประชาชนซึ่งพักอาศัยอยู่ย่าน ถ.พัฒนาการ และ ถ.กรุงเทพกรีฑา ว่ามีชาวจีนพักอาศัยในหมู่บ้านหรูสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยใกล้เคียง จึงได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบใน 5 หมู่บ้าน พบการจัดตั้งบริษัท โดย น.ส.ปิยนุชฯ และนางสาครฯ มารดา

เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการนอมินีจีน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการนอมินีจีน

จากการสืบสวนพบว่ามี นายห่าว เติ้ง (Mr.Hao Deng) สัญชาติจีน เป็นผู้สั่งการโดยใช้สำนักงานกฎหมายในการจัดตั้งบริษัท รวม 33 บริษัท และเข้าถือครองบ้านพักในหมู่บ้าน จำนวน 33 หลัง มูลค่ากว่า 1,275 ล้านบาท

ตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญ ประกอบด้วย

  • โฉนดที่ดิน 3 ฉบับ
  • สัญญาซื้อขาย/เอกสารสิทธิ์ 30 ชุด
  • หนังสือเดินทาง(หลายสัญชาติ) 15 เล่ม
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวม 13 รายการ
  • วัตถุคล้ายธนบัตรไทยและต่างประเทศ จำนวนรวมประมาณ 1.4 ล้านบาท
  • สัญญาเช่าบ้าน ใบเสร็จรับเงิน เอกสารบริษัท/เอกสารงบการเงิน 24 ชุด และตราประทับบริษัท 6 ชิ้น

พฤติการณ์แห่งคดี จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน มีความต้องการที่จะครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะบ้านพักอาศัยในประเทศไทย เพื่อเป็นที่พักอาศัยหรือปล่อยเช่าในหมู่ชาวจีนด้วยกันเอง นายห่าว เติ้ง ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติจีนกับพวก ทราบถึงความต้องการดังกล่าว จึงได้ร่วมกันกับ น.ส.ปิยนุชฯ คนสนิท และนางสาครฯ มารดา ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในลักษณะอำพรางกว่า 33 บริษัท โดยมีสำนักงานทนายความและบริษัทรับทำบัญชีแห่งหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งด้านการดำเนินการจดทะเบียนต่อ นายทะเบียน จากนั้นได้ใช้บริษัทที่ได้จดทะเบียนขึ้นดังกล่าวข้างต้นจัดซื้อบ้านพักหรู จำนวน 33 หลัง ในหมู่บ้านจำนวน 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ถ.พัฒนาการ และ ถ.กรุงเทพกรีฑา ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ทุนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการชำระค่าบ้านพักข้างต้น ล้วนเป็นเงินทุนของนายห่าว เติ้ง ทั้งสิ้น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. จึงได้ทำการตรวจสอบสืบสวนนำไปสู่การตรวจค้นขยายผล ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน 2569 – 7 กรกฎาคม 2569 จำนวน 20 จุด จากนั้นได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน สอบสวนพยานผู้เกี่ยวข้อง บริษัทรับทำบัญชี รวมถึง บริษัทเอเจนซี่ ที่ดำเนินการเกี่ยวปล่อยเช่าบ้าน พบรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการครั้งนี้ ดังนี้

  • จัดตั้งบริษัทโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) เพื่อซื้อหรือจองบ้านโดยใช้เงินทุนของนายห่าว เติ้ง (จำนวน 2 หลัง)
  • เมื่อมีลูกค้าชาวจีนเข้ามาติดต่อเพื่อซื้อบ้านหรู จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัทโดยให้คนจีนเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ เพื่อครอบครองซื้อบ้าน (จำนวน 3 หลัง)
  • จัดตั้งบริษัทโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี แล้วใช้เงินทุนของนายห่าว เติ้ง ซื้อบ้าน จากนั้นให้บริษัทเอเจนซี่ซึ่งเป็นบริษัทคนจีนหาลูกค้าเพื่อเช่าหรือขาย (จำนวน 28 หลัง)

จากการตรวจค้นพบเอกสารสำคัญคือ เอกสารการโอนลอยหุ้นของบริษัท จำนวน 30 ชุด ซึ่ง น.ส.ปิยนุชฯ และนางสาครฯ ลงนามไว้ เตรียมพร้อมที่จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นบริษัท โดยมีนายห่าว เติ้ง เป็นผู้สั่งการ แสดงให้เห็นว่าบุคคลทั้งสองถูกนายห่าว เติ้ง นำชื่อและเอกสารประจำตัวมาดำเนินการในการจัดตั้งบริษัทเท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริง ทุนการจดทะเบียน การชำระเงินจองค่าบ้านพัก ล้วนเป็นของนายห่าว เติ้ง ทั้งสิ้น

ทางคดีในเบื้องต้นพบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าว ได้กระทำผิดฐานนอมินีตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งในการดำเนินการ ทาง บก.ปอศ. จะได้รายงานผลการสืบสวนสอบสวนไปยังกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.4 บก.ปอศ. จะดำเนินการสืบสวนขยายผลเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบถึงการใช้ตัวแทนอำพรางในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในทำเลอื่นๆ เพื่อนำตัวการที่แท้จริงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาลงโทษทางกฎหมาย

ตำรวจสอบสวนกลางขอเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนว่า การยินยอมให้นำชื่อไปใช้เป็น “นอมินี” หรือตัวแทนอำพรางเพื่อถือหุ้นหรือครอบครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ ถือเป็นความผิดกฎหมายร้ายแรงตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย ซึ่งทาง บช.ก. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ