รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงที่มาของการพัฒนาฟีเจอร์ลงทะเบียนรับ "ผ้าอ้อมผู้ใหญ่" ผ่านระบบ "ฟองดูว์" โดยย้ำว่า ในช่วงที่ระบบใหม่ยังไม่เปิดใช้งาน ประชาชนยังสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางเดิม ได้แก่ การติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ อาสาสมัครสาธารณสุข และสำนักงานเขตได้ตามปกติ
รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ก่อนอื่นต้องให้เครดิตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งเป็นผู้จัดสรรงบประมาณสำหรับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับประชาชนทุกสิทธิการรักษา
ขณะที่กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย พยาบาลเยี่ยมบ้าน และสำนักงานเขต เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดระบบและกระจายการให้บริการ ปัจจุบัน กทม. มีระบบฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผ้าอ้อมผู้ใหญ่อยู่แล้ว โดยเป็นข้อมูลที่ดำเนินการภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ครอบคลุมผู้ป่วยติดเตียงที่แพทย์รับรองประมาณ 17,000 คน และผู้ที่มีภาวะกลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้ตามการวินิจฉัยของแพทย์อีกประมาณ 4,000 คน
รศ.ทวิดา ระบุต่อว่า หากนับรวมผู้ที่อยู่ในระบบการดูแลแบบ Home Health Care (HHC) ของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จะมีจำนวนประมาณ 53,000 คน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชุมชนจัดตั้งของ กทม. จำนวน 2,003 ชุมชน ซึ่งมีประชากรรวมราว 1.9 ล้านคน
ข้อมูลดังกล่าวได้จากการที่พยาบาลเยี่ยมบ้านบันทึกตำแหน่งและข้อมูลการดูแล ก่อนนำเข้าสู่ระบบแผนที่โดยงานสารสนเทศเมือง สำนักผังเมือง และมีอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) รวมถึงสำนักงานเขต โดยเฉพาะฝ่ายพัฒนาสังคม ร่วมดูแลข้อมูล ซึ่งยังเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนอพยพในสถานการณ์ฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ประธานชุมชน และทีมสาธารณสุขฉุกเฉินของ กทม.
ยังมีประชาชนที่มีภาวะติดเตียง หรือกลั้นอุจจาระและปัสสาวะไม่ได้ตามที่แพทย์รับรองอีกจำนวนมาก ซึ่งพักอาศัยอยู่นอกชุมชนจัดตั้ง เช่น บ้านเดี่ยว ห้องแถว อาคารสูง อพาร์ตเมนต์ หอพัก และคอนโดมิเนียม ทำให้ยังไม่ได้รับสิทธิการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซึ่งได้รับในอัตรา 3 ชิ้นต่อวันต่อคน
ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงเตรียมเปิดฟีเจอร์ใหม่บนระบบ "ฟองดูว์" เพื่อให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนด้วยตนเอง โดยกรอกชื่อ ที่อยู่ พิกัดละติจูด-ลองจิจูด และอัปโหลดใบรับรองแพทย์เข้าสู่ระบบ
ขณะนี้ระบบยังไม่เปิดใช้งาน เนื่องจาก กทม. อยู่ระหว่างจัดทำมาตรการด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงระบบตรวจสอบและยืนยันตัวตน ตลอดจนการตรวจสอบเอกสารทางการแพทย์ เพื่อให้การดำเนินงานมีความรอบคอบและปลอดภัย
นอกจากนี้ สปสช. ยังให้การสนับสนุนด้านการจัดซื้อและการจัดส่งผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ส่งผลให้กำหนดการเปิดระบบต้องเลื่อนออกไป โดยคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการรวบรวมข้อมูล กลั่นกรอง ตรวจสอบ และยืนยันสิทธิ ก่อนจัดซื้อและวางแผนกระจายผ้าอ้อม
กทม. คาดว่าจะสามารถเริ่มแจกจ่ายได้เร็วที่สุดในเดือนตุลาคม 2569 หรืออย่างช้าไม่เกินเดือนมกราคม 2570 โดยการแจกจ่ายจะดำเนินการเป็นรอบทุก 3-6 เดือน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเก็บผ้าอ้อมจำนวนมากเกินไป และเพื่อให้การจัดสรรต่อเนื่องทั้งผู้ได้รับสิทธิเดิมและผู้ป่วยรายใหม่
รองผู้ว่าฯ กทม. ยังเปิดเผยว่า ในช่วงปี 2568-2569 สปสช. ได้เห็นชอบแนวทางของ กทม. ที่เสนอให้จัดซื้อผ้าอ้อมตามจำนวนผู้มีใบรับรองแพทย์และผู้ที่อยู่ในระบบพยาบาลเยี่ยมบ้าน พร้อมสำรองสำหรับผู้ป่วยรายใหม่อีก 10% เพื่อรองรับผู้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและไม่ต้องรอรอบการจัดซื้อครั้งถัดไป ซึ่งเป็นผลจากการที่ กทม. จัดทำข้อมูลสถิติในช่วงปี 2566-2567 เพื่อประกอบการพิจารณาของ สปสช.
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่เยี่ยมโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง รองผู้ว่าฯ กทม. ยังพบว่าหลายโรงพยาบาลประสบปัญหาผ้าอ้อมผู้ใหญ่ไม่เพียงพอ ทำให้ญาติผู้ป่วยต้องรับภาระซื้อเอง จึงได้มอบหมายให้สำนักการแพทย์รวบรวมข้อมูลการใช้ผ้าอ้อมรายไตรมาสในช่วงปี 2565-2569 เพื่อเสนอให้ สปสช. พิจารณาอนุมัติการจัดสรรเพิ่มเติม และหากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ กรุงเทพมหานครก็พร้อมพิจารณาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม
รศ.ทวิดา ระบุว่า ความร่วมมือระหว่าง กทม. และ สปสช. มีเป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิที่ควรได้รับ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งพัฒนาระบบให้แล้วเสร็จ และตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ภายในช่วงปลายปีนี้