วันที่ 31 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ว่าการอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ น.ส.บรลักษณ์ เปล่งสุข พี่สาวฮลุน พร้อมญาติรวม 3 คน เดินทางเข้าพบ นายวิรัตน์ ราชชาลี นายอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดต่อทำเอกสารยื่นยันตัวบุคคล ของ “ฮลุน โซโล” ยูทูบเบอร์ชื่อดังที่เสียชีวิตที่ ประเทศจอร์เจีย
โดยนายอำเภอสมเด็จและเจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การยื่นเอกสารไปจนถึงคำแนะนำในการจัดทำเอกสารไปส่งสถานกงสุลขอนแก่น เพื่อเร่งนำศพของ “ฮลุน” กลับมาบ้านเกิดเพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
ทั้งนี้นายวิรัตน์ ราชชาลี นายอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ญาติของ “ฮลุน” ได้เข้ามาติดต่อทำเอกสารในการเคลื่อนย้ายศพนั้น ถือเป็นเรื่องจำเป็นตามกฏหมาย เพื่อยืนยันในเรื่องตัวบุคคล-ภูมิลำเนา-ถิ่นที่อยู่ ของ นายบวรทัต เป็งสุข อายุ 27 ปี หรือ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์สายแบกเป้เที่ยวชาวไทย ที่เสียชีวิตที่ประเทศจอร์เจีย ตนในฐานะนายทะเบียนก็ได้อำนวยความสะดวก อย่างเต็มที่ ในเรื่องหนังสือเป็นเอกสาร และ เอกสารออนไลน์ส่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งญาติสามารถนำเอกสารส่งไปยังสถาน กงสุล ขอนแก่น ขั้นตอนการอำนวยความสะดวกฝ่ายทะเบียนอำเภอสมเด็จ ได้ทำเอกสารแบบฟอร์มที่เป็นของ กระทรวงการต่างประเทศ เซ็นรับรองโดยนายอำเภอสมเด็จ ในฐานะนายทะเบียนอำเภอ ยืนยันตัวตนบุคคลผู้เสียชีวิต เป็นการพิมพ์หนังสือเอกสารสำคัญและหนังสือออนไลน์ ส่งตรงไปที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยญาติสามารถนำเอกสารพร้อมมอบอำนาจให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ประสานงานในการเคลื่อนย้ายศพต่อไป
“ส่วนกรณีการเคลื่อนย้ายศพจะมาถึงบ้านเกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้รวดเร็วหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเอกสารที่จะเดินทางไปถึงประเทศจอร์เจีย ที่เมื่อกระบวนการทำเอกสารครบถ้วนก็จะสามารถรู้ว่าศพ ฮลุนจะเดินทางกลับมาบ้านเกิดเมื่อใด ส่วนประเด็นการเสียชีวิตจึงขึ้นอยู่กับขั้นตอนการชันสูตรที่ทราบว่าฝั่งจอร์เจีย ก็ยังไม่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเช่นกัน เพราะต้องรอเอกสารสำคัญนี้ก่อน ทั้งนี้ความประสงค์ย่าของฮลุน ต้องการที่จะนำร่างกลับมาที่บ้านเกิด เพื่อที่จะเห็นหน้าหลานชายเป็นครั้งสุดท้ายและทำการฌาปนกิจศพตามประเพณี” นายอำเภอสมเด็จ กล่าวฯ
ด้าน นายสมพงษ์ เป็งสุข อายุ 62 ปี ลุงของฮลุน กล่าวว่า วันนี้มายื่นเอกสารเพื่อดำเนินการนำศพของหลานกลับมาบำเพ็ญกุศลตามระเบียบราชการ แต่ไม่ทราบว่าศพจะมาถึงเมื่อไหร่เพราะต้องรอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนกรณีเมื่อศพมาถึงแล้ว จะมีการฝ่าพิสูจน์การเสียชีวิต ในประเทศไทยอีกครั้งหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องรอผลการตรวจสอบของทางการประเทศจอร์เจียเสียก่อนว่าสรุป ออกมาแบบใด หากผลสรุปเป็นที่ชัดเจนมีหลักฐานครอบคลุมทุกอย่างทางญาติก็อาจจะไม่ผ่าพิสูจน์อีก แต่หากผลออกมายังไม่ชัดเจนทางญาติก็อาจจะดำเนินการยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการผ่าพิสูจน์สาเหตุอีกครั้ง เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันอีกครั้งก่อน ส่วนการจัดงานศพหากมาถึงบ้านเกิดทางญาติก็จะดำเนินการจัดงานตามประเพณีทางศาสนา ให้สมกับหลานที่ได้ทำผลงานความดีเพื่อสังคมต่อไป
”ทั้งนี้จากการที่หลานชายมีแฟนคลับและมีคนรู้จักจำนวนมาก ซึ่งประสงค์อยากจะร่วมทำบุญ ในส่วนการเปิดบัญชีรับบริจาคนั้น ขณะนี้ทางญาติยังไม่ได้มีการเปิดบัญชีหรือเปิดรับบริจาคแต่อย่างใด เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการขอเคลื่อนย้ายศพกลับมา และต้องรอญาติทุกคนพูดคุยกันก่อนว่าจะมีการเปิดหรือไม่อย่างไร“ ลุงสมพงษ์ กล่าวฯ
ขณะที่บรรยากาศที่บ้านของ ”ฮลุน“ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นางวรชาดา เข็มธนเพ็ชร นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ และประธานแม่บ้านมหาดไทย พร้อมด้วยนายวิรัตน์ ราชชารี นายอำเภอสมเด็จ นางดวงดาว ราชชารี นายกกิ่งกาชาชาดอำเภอสมเด็จ พร้อมชมรมแม่บ้านมหาดไทย ทีมแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพ โรงพยาบาลอำเภอสมเด็จ ได้นำสิ่งของ นมสดพร้อมดื่มเข้าเยี่ยมให้กำลังใจต่อครอบครัวฮลุน
ทั้งนี้ทันทีที่นางวรชาดา พร้อมคณะเดินทางมาถึง ได้โผเข้ากอดนางบัวสงค์ เป็งสุข อายุ 82 ปี ย่าของฮลุน เพื่อให้กำลังใจอย่างเต็มที่ ซึ่งวันนี้มีสีหน้าที่ดีขึ้น เนื่องจากได้กำลังใจจากทุกภาคส่วน บางช่วงยังยิ้ม พูดจาติดตลก หัวเราะ และชูมือบอกว่าสู้ๆ พร้อมทั้งขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงานที่มาช่วยและให้กำลังใจ ซึ่งย่ายังบอกอีกว่าช่วง 2 วันมานี้ไม่ได้ฝันถึงหลาน น่าจะไปดีแล้ว ซึ่งต้องรอศพกลับมาทำพิธีทางศาสนา
โดยนางวรชาดา กล่าวว่า วันนี้คณะฯทั้งหมด ได้นำสิ่งของเบื้องต้น และความห่วงใยของผู้ว่าราชการจังหวัดมาให้กำลังใจครอบครัวของน้องฮลุน โดยเฉพาะย่าของฮลุน ซึ่งวันนี้เท่าที่พบประพูดคุยกัน พบว่าย่ามีกำลังใจดีขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประเมินสุขภาพพบว่ายังปกติ แต่ก็แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งนี้ตั้งแต่วันแรกๆ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้กำชับ ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือแนะนำและอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ อย่างเต็มที่
ด้านนางอมรรัตน์ ยุรชัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด รพ.สมเด็จ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามอาการมาต่อเนื่องพบว่าคุณย่ามีการปรับตัวได้ แต่ยังคงมีอาการเครียดอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ยังคงปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ได้ รับประทานอาหารได้ ทั้งนี้คุณย่ามีโรคประจำตัวคือความดัน เบาหวาน ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งทีมสุขภาพจิตจะลงพื้นที่ประเมิน ทุกวันพร้อมกับแนะนำให้คุณย่ากินยาตามที่หมอสั่งอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญอยากให้คุณย่าได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้เหมาะสม
ส่วนกรณีผลงานในช่องยูทูบของ “ฮลุน โซโล่“ ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญา มีรายงานว่า นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษากับญาติ กรณีทรัพย์สินทางปัญญาแก่ทายาท หากทางทายาทมีความประสงค์ที่จะให้ทางจังหวัด ช่วยอำนวยความสะดวก
อย่างไรก็ตามขณะเดียวกัน ทางครอบครัวก็ได้เคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยพี่ชายพี่สาวของฮลุน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Ko Pengsuk" ระบุว่า "วันนี้ครอบครัวของเราอยากกราบขอบพระคุณจากหัวใจ" เพื่อขอบคุณชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ สื่อมวลชน เพจข่าว และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ช่วยกันแชร์ข้อมูล ส่งกำลังใจ และร่วมมือกันตามหาอย่างไม่ย่อท้อ
นอกจากนี้ พี่ชาย(ลูกพี่ลูกน้อง)ของฮลุน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก "Klose Mos" เพื่อขอความร่วมมือและขอความเห็นอกเห็นใจจากสื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ โดยระบุว่า คุณย่ามีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียอย่างมากเนื่องจากแทบไม่ได้พักผ่อน และสภาพจิตใจของคนในครอบครัวยังไม่พร้อม จึงอยากขอเวลาให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันและจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน พร้อมขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและเคารพความรู้สึกของครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้