จากกรณี นายนพรัตน์ หรือ "ซัน" อายุ 23 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายโภคัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี เสียชีวิตภายในวัดบึงทองหลาง แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ขณะผู้ตายกำลังร่วมพิธีสวดอภิธรรมศพของแฟนสาว ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะพาแฟนสาวหลบหนี ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุด วันที่ 1 ส.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่ติดตามและกดดันผู้ต้องหา จนพบเบาะแสและเข้าปิดล้อมพื้นที่บริเวณบ้านเอื้ออาทร ซอยคู้บอน 27 แต่สถานการณ์กลับตึงเครียด เมื่อผู้ต้องหาซึ่งคาดว่าเป็นนายนพรัตน์
ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี จนเกิดการยิงปะทะกัน เสียงปืนดังต่อเนื่องหลายสิบนัด สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุอย่างเข้มงวด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ล็อกประตูบ้าน งดออกจากบ้าน เนื่องจากเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างปิดล้อมผู้ต้องหา และขอความร่วมมือประชาชนงดไลฟ์หรือโพสต์ภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ตำรวจปิดล้อมคู้บอน 27 ช่วยแฟนสาวปลอดภัย มือปืนยิงตัวเอง
พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าหลังนายนพรัตน์ใช้อาวุธปืนที่วัดบึงทองหลาง ชุดสืบสวนได้แกะรอยจนทราบว่าเจ้าตัวหนีมาซุกซ่อนอยู่ที่ห้องพักแห่งนี้ซึ่งเป็นห้องที่นายนพรัตน์เช่าอยู่กับแฟน กระทั่งเวลา 02.14 น. ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อม ตำรวจได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด หน่วยอรินทราช จึงนำกำลังบุกเข้าไปภายในห้องและช่วยแฟนสาวของนายนพรัตน์ออกมา ส่วนตัวนายนพรัตน์ พบใช้อาวุธปืนทำร้ายตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากยังพบชีพจร
จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือแฟนสาวออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะพบร่างของนายซันนอนจมกองเลือด มีบาดแผลรุนแรงบริเวณศีรษะจากการใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเพื่อหนีความผิด เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปั๊มหัวใจและตรวจพบว่ายังมีชีพจร จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อยื้อชีวิต ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ผู้ต้องหาได้เสียชีวิตแล้ว
สำหรับชนวนเหตุสลดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งและโกรธแค้นส่วนตัว โดยแฟนสาวของผู้ต้องหาเป็นเพื่อนสนิทกับภรรยาของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่วัด เมื่อเกิดเหตุเสียชีวิตขึ้น ทำให้มีการโต้เถียง ต่อว่า และมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ซึ่งนายซันมีความแค้นสะสมทั้งต่อผู้เสียชีวิตและเมียของตนเอง จึงได้เตรียมอาวุธปืนมาก่อเหตุยิงคู่กรณีที่วัด ก่อนจะหนีมาจบชีวิตตัวเองในเวลาต่อมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้เชิญตัวแฟนสาวของผู้ต้องหา รวมถึงญาติและเพื่อนสนิทที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดีตามกฎหมาย ขณะที่พื้นที่เกิดเหตุได้รับการคลี่คลายเรียบร้อยแล้ว ประชาชนในอาคารสามารถกลับเข้าพักอาศัยและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ในส่วนสำหรับสาเหตุ ที่นายนพรัตน์เข้าไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนทำร้ายนายโภคัยเสียชีวิต จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายนพรัตน์รู้จักกับนางสาวณัฐวิภา ซึ่งเป็นแฟนของนายโภคัย และรู้สึกโกรธที่นายโภคัยทำอาวุธปืนลั่นใส่นางสาวณัฐวิภาจนเสียชีวิต