จากกรณีเหตุยิงในพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ช่วงเช้าวันที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นั้น รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเด็กและวัยรุ่น วิเคราะห์ถึงเหตุดังกล่าวในรายการคุยข้ามช็อต PPTV HD36 โดยมองว่า ผู้ที่ก่อเหตุ หากไม่ได้มีสำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่แล้ว ก็จะมีการก่อเหตุในลักษณะที่คิดว่าความรู้สึกไม่ควรกระทำพังหมด ฉะนั้นต้องมองย้อนกลับไปว่าอะไรคือเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกดังกล่าว และมีกระบวนการวางแผนมาต่อเนื่อง
รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวต่อว่า ธรรมชาติของวัยรุ่นจะไม่เป็นแบบนี้ เมื่อมุทะลุจะระเบิดอารมณ์เสร็จแล้วก่อการจุดนั้น ไม่มีการจัดวางมาเป็นซีรีส์เช่นนี้ ทำให้ตนเข้าใจว่า นอกจากจะเป็นความเครียดสะสมแล้ว ชุดประสบการณ์ ชุดทุนชีวิตเดิม ถือเป็นทุนชีวิตที่ต่ำและมีปัญหา
โดยทุนชีวิตคือทักษะและสำนึกในการอยู่ร่วมกับตัวเองกับระบบนิเวศที่ตนอาศัยอยู่ เมื่อทุนชีวิตพังจึงทำให้สำนึกเสีย เกิดการกระทำขึ้นบนการวางแผน ไม่ได้รู้สึกว่าการกระทำนั้นคือปู่-ย่าที่เลี้ยงดูเขาเอง ทั้งนี้ ผู้ที่สำนึกเสียแล้ว ความรับผิดชอบชั่วดีไปแล้ว ไม่ใช่ว่าผู้ก่อเหตุจะไม่สามารถวางแผนได้
รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวมีจุดที่ต้องดู 3 ประเด็น คือ เมื่อก้าวไปที่โรงเรียนแล้วใครคือเป้าคนแรกที่เขาเล็งไว้ ถ้าความเครียดความแค้นมีเยอะ เขาต้องเล็งไปยังคนที่รู้สึกว่าต้องลงเอยที่จุดนี้มากที่สุด พร้อมย้ำว่า นัดแรกที่โรงเรียนถือว่ามีความหมายมาก
อีกประเด็นคือ การก่อการทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่เป็นการเล็งไปยังผู้ใหญ่ แสดงว่าความเครียดสะสมอาจมีอะไรบางอย่างเป็นปัจจัยกระตุ้น และอะไรบางอย่างที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่นำมาสู่การระเบิดอย่างบ้าคลั่ง ความเครียดสะสมทำให้เกิดการศึกษา ระบายผ่านการเล่นเกม หนักเข้าไปศึกษาสิ่งเหล่านี้ประกอบ จะเห็นได้ชัดว่าวิธีนี้คือวิธีการที่เขาจะใช้แก้ปัญหาการถูกบุลลี
อีกหนึ่งข้อสังเกตที่ฝากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทุกท่าน คือ อย่ามองว่าการเป็นเด็กผลการเรียนดีจะสามารถเยียวยาจิตใจได้ ผลการเรียนก็ส่วนผลการเรียน จิตใจต้องแยกส่วนกันให้ดี เพราะเราจะนำผลการเรียนมาเป็นตัวตัดสินว่าเขาจะไม่ก่อการ
รศ.นพ.สุริยเดว เผยว่า ณ ขณะนี้ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะนนทบุรี มีผลตอบรับจากการศึกษาผ่านการประเมินเด็กและประมวลผลจากการสอบถามผ่านคำถามเชิงบวก พบว่า 10 ปีต่อเนื่องกันปรากฏว่า ความสุขของเด็กลดลงไปอยู่ในระดับที่เป็นสัญญาณเตือน
ณ วันนี้ วัยรุ่นปลิดชีวิตตนเองสำเร็จเฉลี่ย 2 รายต่อวัน ไม่นับกลุ่มที่พยายามปลิดชีวิตตนเอง เพราะฉะนั้นความเครียดจากการศึกษานั้นมีแน่ แต่ที่สำคัญคือเราพูดเรื่องนี้กันมายาวนานมากว่าเลิกกดดันเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กได้หรือไม่ ไม่ต้องตัดเกรดเลยได้หรือไม่ เพราะบางทีพ่อแม่ไม่รู้ตัว หวังดีว่าอยากให้ลูกเรียนดี จึงสนใจที่เกรด แล้วนำเกรดไปลงตามสื่อสาธารณะเป็นการกดดันพ่อแม่อีกฝั่งหนึ่งด้วยโดยไม่รู้ตัว
ขณะเดียวกันระบบการศึกษานั้นประหลาดมาก คือ ยังคงมุ่งเน้นระบบแพ้คัดออก ทำให้เด็กไทยในยุคนี้เผชิญภาวะแพ้ซ้ำซาก ซึ่งไม่ใช่ว่าเกรดไม่ดี ตนเคยเจอเคสที่เกรดหลุดไปเพียง .05 แต่พ่อกับแม่ลงไปขอดูรายวิชาและต้องการดูวิธีการเพื่อแก้เกรดให้กลับมา แสดงว่าพ่อแม่มุ่งเน้นให้เด็กเจอกับความสำเร็จโดยไม่เผชิญกับความผิดหวัง เมื่อเด็กเหล่านั้นเจอกับภาวะกดดัน จะกลายไปเป็นความวิตกกังวล กลายเป็นภาวะซึมเศร้า และกลายเป็นภาวะที่แตกออกมาเป็นการปลิดชีพตนเอง
รศ.นพ.สุริยเดว อธิบายต่อว่า ภาวะซึมเศร้ามี 2 แบบ แบบที่แยกมาลำพัง ทำร้ายตนเอง ขณะเดียวกัน ก็มีประเภทที่ลุกออกมาอยู่ในรูปแบบของความรุนแรง พร้อมขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ยกเลิกการสอบแข่งขันแบบบ้าระห่ำ มองการศึกษาให้เป็นการพัฒนา
รศ.นพ.สุริยเดว แนะนำผู้ปกครองถึงพฤติกรรมที่บุตรหลานเข้าข่ายลักษณะนี้ ซึ่งถือเป็นการส่อเจตนาว่ากำลังจะทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายคนอื่น โดยอาจจะลงบนโซเชียลมีเดียที่ดูเหมือนเป็นการวางแผนปลิดชีพตนเอง บ่นเพ้อ ตัดพ้อชีวิต ก็อาจนำไปสู่เหตุการณ์เหล่านั้นได้ ฉะนั้นผู้ปกครองควรหูตาใกล้ชิด มีโอกาสอาจต้องตรวจสอบห้องของเขาผ่านการแสดงถึงมิตรไมตรี
สำหรับความสัมพันธ์ที่ไม่อบอุ่นของครอบครัว รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวว่า มีส่วนทำให้ก่อเหตุแน่นอน ยิ่งช่วงที่หย่าร้างกันใช้ความรุนแรง ก็อาจทำให้เด็กซึมซับมาแล้วเก็บกด ใครที่ไว้ใจไม่ได้ก็จะไม่เล่าให้ฟัง และจะเก็บสะสมอยู่ภายในใจได้ว่าโลกไม่ยุติธรรม และต้องดูที่ผู้ดูแลที่เหลืออยู่ด้วย
รศ.นพ.สุริยเดว เสริมว่า เครื่องมือประเมินความเสี่ยงของเด็กนั้นมี แต่กระทรวงไม่ได้นำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ใช้เฉพาะในมิติการศึกษา เช่น SDQ เพื่อแยกว่ามีปัญหาในการเรียนหรือไม่ แต่ประเด็นที่เราพูดถึงกันคือประเด็นในมิติทางสังคม ถ้านำสิ่งนี้มารวมกับทุนชีวิตตามแผนปฏิบัติการการศึกษาซึ่งไม่เคยนำมาใช้ จะสามารถประเมินเสียงของลูกศิษย์ในรั้วโรงเรียนได้ว่าต้องแก้ไขที่โรงเรียน ที่บ้าน หรือที่อื่น จึงอยากฝากกระทรวงให้นำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับดัชนีชี้วัดคุณธรรม