หลังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นมีมติจัดทำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ ภายหลังตรวจพบความผิดปกติในการสอบท้องถิ่น ส่งผลให้ผู้สอบโดยสุจริตหลายคนมีลำดับดีขึ้นอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือ นางสาวมัทยา เตือนวีระเดช หรือ “ชิง” ผู้สอบแข่งขันตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน ภาคใต้ เขต 1 ศูนย์สอบจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากเดิมอยู่ในบัญชีลำดับที่ 132 ล่าสุดขยับขึ้นมาเป็น ลำดับที่ 1
นางสาวมัทยา เล่าว่า การสอบครั้งนี้เป็นการสอบข้าราชการท้องถิ่นครั้งแรกในชีวิต โดยทุ่มเทเตรียมตัวและอ่านหนังสือมาเป็นเวลานาน แม้การสอบในพื้นที่ภาคใต้ต้องเลื่อนออกไปหลายครั้งจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่เธอใช้ช่วงเวลาดังกล่าวติวและอ่านหนังสือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพราะตั้งใจว่าจะสอบบรรจุเป็นข้าราชการให้ได้ในวัย 31 ปี
เมื่อมีการประกาศผลสอบครั้งแรก เธอมีชื่อผ่านการสอบและขึ้นบัญชีอยู่ในลำดับที่ 132 จากผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 427 คน แม้ลำดับจะอยู่ค่อนข้างไกล แต่เจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกดีใจ เพราะอย่างน้อยความพยายามก็ทำให้มีชื่ออยู่ในบัญชี
อีกทั้งตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายในยังเป็นตำแหน่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีความต้องการ โดยกำหนดให้แต่ละแห่งมีนักวิชาการตรวจสอบภายในอย่างน้อย 1 คน จึงมีความหวังว่าบัญชีผู้สอบได้อาจถูกเรียกบรรจุจนหมด
ในเวลานั้น นางสาวมัทยา ระบุว่าไม่ได้สงสัยว่าการสอบจะมีการทุจริต และยอมรับคะแนนของตัวเอง พร้อมมองว่าผู้ที่ได้ลำดับสูงกว่าน่าจะเป็นผู้ที่ทำคะแนนได้ดี จึงยินดีกับผู้สอบเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม การเรียกบรรจุรอบแรกในเดือนพฤษภาคม มีผู้ถูกเรียกจำนวน 117 คน ก่อนที่รอบสองในเดือนกรกฎาคมจะเรียกเพิ่มอีกเพียง 5 คน ทำให้นางสาวมัทยา ซึ่งอยู่ลำดับที่ 132 ยังไม่ได้รับการเรียกบรรจุ
ต่อมาเริ่มมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งและการแก้ไขคะแนนสอบ ก่อนจะมีการตรวจสอบความผิดปกติอย่างจริงจัง ส่งผลให้คณะกรรมการฯ สั่งชะลอการเรียกบัญชีในรอบต่อไป
นางสาวมัทยา เล่าว่า ช่วงแรกที่ได้ยินเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง เธอรู้สึกสงสัยว่ากระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะตลอดช่วงที่สมัครและเข้าสอบ ไม่เคยมีใครเข้ามาติดต่อเสนอขายตำแหน่งให้กับเธอ
กระทั่งผลการตรวจสอบนำไปสู่การเพิกถอนรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติ และมีการจัดลำดับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศบัญชีรายชื่อที่จัดลำดับใหม่ในช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันศุกร์ที่ผ่านมา
จากเดิมที่นางสาวมัทยา อยู่ในลำดับที่ 132 เมื่อเปิดดูบัญชีใหม่กลับพบว่าชื่อของเธอขยับขึ้นมาอยู่ใน ลำดับที่ 1
นางสาวมัทยา ยอมรับว่าทั้งตกใจและดีใจจนน้ำตาไหล ต้องซูมดูรายชื่อซ้ำหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นชื่อของตัวเอง พร้อมรู้สึกภูมิใจที่ความพยายามในการเตรียมตัวสอบไม่ได้สูญเปล่า
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ทำให้ย้อนคิดว่า หากไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น เธอน่าจะได้รับการเรียกบรรจุเป็นข้าราชการตั้งแต่รอบแรกแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้สอบคนอื่นที่เธอรู้จักก็ได้รับโอกาสกลับคืนมาเช่นกัน โดยบางคนจากเดิมมีรายชื่ออยู่ในอันดับ 200 กว่า หลังจัดลำดับใหม่กลับขยับขึ้นมาอยู่ถึงอันดับ 2 ซึ่งสะท้อนว่า หากไม่มีการตรวจสอบ ผู้สอบโดยสุจริตจำนวนหนึ่งอาจต้องสูญเสียโอกาสสำคัญในชีวิต
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ คาดว่าภายในเดือนสิงหาคม ส่วนกลางจะส่งหนังสือไปยังจังหวัดเพื่อดำเนินการตามมติที่เกี่ยวข้อง จากนั้นในเดือนกันยายนจะมีการรวบรวมตำแหน่งว่าง ก่อนเรียกผู้สอบได้รายงานตัวในเดือนตุลาคม โดยจะเปิดเผยรายชื่อ อปท. ที่มีตำแหน่งว่างเพื่อให้ผู้สอบตัดสินใจเลือก และคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการบรรจุแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน
นางสาวมัทยา ระบุว่า หลังผ่านเรื่องราวทั้งหมดรู้สึกโล่งใจทั้งกับตัวเองและผู้สอบคนอื่นที่ได้รับโอกาสกลับคืนมา เพราะหลายคนทุ่มเทเวลาและความพยายามเพื่อการสอบครั้งนี้
ช่วงท้าย นางสาวมัทยา ฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตว่า การสอบเข้ารับราชการมีเป้าหมายเพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นที่พึ่งและรับใช้ประชาชน แต่หากเส้นทางการเป็นข้าราชการเริ่มต้นด้วยการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้ประชาชนหมดความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อระบบราชการไทย
พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าสืบสวนและขยายผลให้ถึงต้นตอของขบวนการ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่เบื้องหลังการซื้อขายตำแหน่งหรือการทุจริต เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ และไม่ให้ผู้ที่ตั้งใจอ่านหนังสือและเข้าสอบอย่างสุจริตต้องถูกตัดโอกาสอีกในอนาคต