ก.กลาง ยืนมติ กสถ. เดินหน้าประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ ฟันผู้มีคะแนนผิดปกติ 31 ส.ค.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ก.กลาง มีมติยืนตามข้อเสนอของ กสถ. เดินหน้าประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ พร้อมส่งรายชื่อผู้มีคะแนนผิดปกติ 5,925 คน ให้ทุกจังหวัดดำเนินการถอดถอนภายในวันที่ 31 สิงหาคม

การประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น วันนี้มี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญคือการรับทราบและพิจารณามติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) กรณียกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568

หลังใช้เวลาประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมง นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของ กสถ. ทั้งหมด  

 

กระทรวงมหาดไทย ช่างภาพพีพีทีวี
ก.กลาง ยืนมติ กสถ. ล้างบัญชีสอบท้องถิ่น ฟันผู้มีคะแนนผิดปกติ 31 ส.ค.

โดยจะดำเนินการแก้ไขประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ให้ถูกต้อง พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของคณะกรรมการกลางฯ คือการจัดทำบัญชีผู้สอบผ่านใหม่  

ส่วนการชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการทุจริตเป็นอำนาจของตำรวจและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน

สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน จะประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ให้แล้วเสร็จภายในวันพรุ่งนี้ จากนั้นในวันจันทร์ (10 สิงหาคม 69 ) จะส่งรายชื่อผู้มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,925 คน พร้อมแนวทางปฏิบัติไปยังทุกจังหวัด เพื่อให้ ก.จังหวัดประชุมพิจารณา ก่อนส่งเรื่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการถอดถอนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

ส่วนผู้สอบผ่านจำนวน 97 คน ที่พบว่ามีการปรับคะแนนเพิ่ม รายชื่อจะยังคงอยู่ในประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ แต่หน่วยงานต้นสังกัดจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ร่วมกับตำรวจ และ ป.ป.ช. หากพบว่ามีการทุจริต จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ถูกถอดถอนสามารถใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ แต่หน่วยงานมีความมั่นใจว่าการดำเนินการเป็นไปตามข้อเท็จจริง และมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รองรับว่าคะแนนมีความผิดปกติจริง

หลังจากนี้จะมีการจัดตั้งทีมติดตามกรณีที่อาจมีการฟ้องร้องกลับ พร้อมย้ำว่า คณะกรรมการกลางฯ ไม่ได้เป็นผู้ชี้ว่าบุคคลใดทุจริตหรือไม่ทุจริต เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจและ ป.ป.ช. ส่วนหน้าที่ของคณะกรรมการกลางฯ คือการจัดทำประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ให้ถูกต้องเท่านั้น

สำหรับสาเหตุที่การประชุมใช้เวลานาน เนื่องจากกรรมการมีความเห็นแตกต่างกันในข้อกฎหมายบางประเด็น จึงต้องหารือเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน

ส่วนกรณี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จะเป็นผู้รับผิดชอบในคดีหรือไม่นั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน แต่ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด หากข้อเท็จจริงพบว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีตำแหน่งสูงเพียงใด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ