พ.ต.ท.มิตรธิศาล นรชาญ พนักงานสอบสวนเวร สภ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลพยัคฆภูมิพิสัย จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และกู้ภัยพยัคฆภูมิพิสัย เข้าตรวจสอบ พร้อมแจ้ง พ.ต.ท.ชล ยิ่งแม้นวด รอง ผกก.สอบสวน สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบ นายมนูญ จันทร์แก้ว อายุ 63 ปี ผู้พิพากษาอาวุโสศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตอยู่บริเวณโรงเก็บของข้างโรงรถ มีรอยกระสุนปืนเข้าบริเวณจุดสำคัญ อาวุธปืนที่พบเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. พบกระสุนปืนขนาด 9 มม. อยู่ในแม็กกาซีนจำนวน 4 นัด เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมบริเวณโรงเก็บของ รวมถึงวัตถุและสิ่งของที่อยู่โดยรอบ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยมีการตรวจสอบอาวุธปืนและกระสุน รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปประกอบการสอบสวนและยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต
จากการสอบถามบุคคลในครอบครัว ทราบเบื้องต้นว่า นายมนูญมีโรคประจำตัว และในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา มีความเครียดจากการทำงาน โดยครอบครัวสังเกตว่ามีอาการซึมเศร้า เก็บตัว และไม่ต้องการพบปะผู้คน
กระทั่งคืนวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตแยกตัวออกไปพักอยู่บ้านด้านหลังเพียงลำพัง ขณะที่ภรรยาพักอยู่บ้านอีกหลังบริเวณด้านหน้า
ต่อมาเวลาประมาณ 05.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม ภรรยาได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงปืนจำนวน 1 ครั้ง จึงออกมาตรวจสอบบริเวณบ้านด้านหลัง และพบสามีเสียชีวิตอยู่บริเวณโรงเก็บของ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ พนักงานสอบสวนได้ประสานแพทย์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยเข้าร่วมตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ดำเนินการเก็บวัตถุพยาน รวมถึงตรวจสอบอาวุธปืน กระสุน และสิ่งของที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการสอบสวนตามขั้นตอน
เบื้องต้น ญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะนำศพส่งตรวจพิสูจน์เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต และรวบรวมผลการชันสูตร ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ มาประกอบการสอบสวน ก่อนส่งมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป