พ.ต.ท.จาตุรงค์ ติดนนท์ สว.สส.สน.มักกะสัน พร้อมชุดสืบสวน สน.มักกะสัน ร่วมกับ ชุดสืบสวน สน.ดินแดง ได้เชิญตัวเยาวชน 7 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น บริเวณป่ารกร้างใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน เมื่อกลางดึกของวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ขึ้นรถตู้ เพื่อส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.มักกะสันสอบปากคำและดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น หลังสืบทราบว่าพักอาศัยอยู่ภายในห้องพักแห่งหนึ่งในแฟลต ข้าง สน.ดินแดงดินแดง
คดีดังกล่าวผู้เสียหาย ซึ่งก็คือ นายยูกิ อายุ 43 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหู หัวเข่าและลำคอ ได้เข้าแจ้งความที่ สน.มักกะสัน ว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้หลงเข้าไปเดินอยู่บริเวณหลังสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน และเมื่อจะเดินออกมา กลับมีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันเข้ามา 2 คัน คันละ 3 คน พร้อมพูดขอเงิน แต่เมื่อปฏิเสธจึงถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนจะรีบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี
ต่อมาหลังได้รับแจ้ง ตำรวจเร่งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางหลบหนี จนพบว่า หลังก่อเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาที่บริเวณแยกประชาสงเคราะห์ ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่แฟลตข้าง สน.ดินแดง ซึ่งเป็นที่พักอาศัย ทันที ที่ไล่กล้องจนเจอ ที่อยู่ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าเชิญตัว เพื่อสอบถามเบื้องต้นถึงเหตุการณ์ดังกล่าว จากนั้นพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวผู้ปกครอง ของเยาวชนทั้ง 7 มารับ กลับบ้าน พร้อมทั้งได้นัดหมายผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกระบวนการสอบปากคำอย่างเป็นทางการตามกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน ก่อนพิจารณาดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นต่อไป
ด้านนายยูกิ ยอมรับว่าตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังรักเมืองไทย ชี้เป็นบทเรียนเรื่องความประมาทของตนเองจนเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้น โดยตลอดเวลาที่อาศัยและเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยยาวนานกว่า 14 ปี ตนมีความรักและผูกพันกับประเทศไทยมาก รวมถึงมีเพื่อนชาวไทยมากมาย ซึ่งทุกคนต่างให้ความเมตตาและเป็นมิตรกับตนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ เจ้าตัวยอมรับตามตรงว่ารู้สึกว่าตัวเองประมาทที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงจนสัมผัสได้ถึงอันตราย อย่างไรก็ดี เขายังคงยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ดี แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดและความไม่ระมัดระวังของตนเองเป็นหลัก
นายยูกิ ยังบอกอีกว่า ตนอยากบอกกับเด็กๆ กลุ่มผู้ก่อเหตุว่า พวกเขายังอายุยังน้อย และยังมีอนาคตอีกยาวไกล ในสังคมไทยยังมีผู้ใหญ่และหน่วยงานอีกมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ สนับสนุนเรื่องการงาน และหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้เสมอ จึงอยากให้พวกเขากลับตัวกลับใจ เลือกทางชีวิตที่ดีเพื่อสร้างอนาคตของตัวเอง นอกจากนี้ นายยูกิ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความถ่อมตนว่า หากตัวเขาเองมีส่วนผิดพลาดหรือทำอะไรให้เข้าใจผิดจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เขาต้องขอโทษด้วย พร้อมแสดงจิตใจที่กว้างขวางและอภัยให้แก่กลุ่มเยาวชนดังกล่าว