สน.มักกะสัน สั่งฟ้อง 6 ราย เคสรถไฟชนรถเมล์ เผยมีรถเสียหายรวม 20 คัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน สั่งฟ้อง 6 ราย เคสรถไฟชนรถเมล์ เผยมีรถเสียหายรวม 20 คัน ส่วนผู้ขับขี่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรทางบก เตรียมเรียกดำเนินคดีต่อไป

ด้วยคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ 117/2569 ตามคำสั่ง กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนให้อัยการแล้ว เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 69 ต่อมาทางอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาลแล้ว ดังนี้

ผู้ต้องหาที่ 1 - 3 ประกอบด้วย พนักงานขับรถไฟ, พนักงานกั้นถนน, พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้มีการกล่าวโทษ และสั่งฟ้องในฐานความผิดดังนี้

สน.มักกะสัน สั่งฟ้อง 6 ราย เคสรถไฟชนรถเมล์ เผยมีรถเสียหายรวม 20 คัน สน.มักกะสัน
สน.มักกะสัน สั่งฟ้อง 6 ราย เคสรถไฟชนรถเมล์ เผยมีรถเสียหายรวม 20 คัน

พนักงานขับรถไฟ ผู้ต้องหาที่ 1 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน "กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 104, 162

พนักงานกั้นถนน ผู้ต้องหาที่ 2 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน "กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ,ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ผู้ต้องหาที่ 3 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน "ขับรถโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายและกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการขีดขวางการขนส่งทางราง" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140

ผู้ต้องหาที่ 4 - 6 ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ รถกระบะ ที่จอดคร่อมเครื่องหมายห้ามคร่อมทางรถไฟ คือ เส้นตารางไขว้สีเหลือง กรมการขนส่งทางราง ได้มอบอำนาจให้ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางรางมาร้องทุกข์กล่าวโทษ และได้สั่งฟ้องในฐานความผิด ดังนี้

รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาที่ 4 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน "ขับรถโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการขีดขวางการขนส่งทางราง" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568  มาตรา 140

รถยนต์กระบะ ผู้ต้องหาที่ 5 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน "ขับรถโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายและกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการขีดขวางการขนส่งทางราง" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140

รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาที่ 6 สั่งฟ้อง ในความผิดฐาน "ขับรถโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการขีดขวางการขนส่งทางราง" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568  มาตรา 140

สำหรับผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นความผิดว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน จะได้เรียกผู้ขับขี่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่จำนวนรถที่เสียหาย ได้แก่ รถไฟ 1 คัน รถเมล์ 1 คัน รถยนต์ 7 คัน สามล้อ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 10 คัน รวม 20 คัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ